login

ลำนำสีเลือด

ในคืนสับสนของมหานครที่วุ่นวาย แสงไฟทั่วทั้งเมืองสว่างไสว ราวกับราตรีนี้ไม่มีวันมืดมิด ถนนทุกสายยังคงต้อนรับรถทุกคันที่ขับเคลื่อนไปยังที่ต่างๆ อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ไม่เว้นแม้กระทั่งถนนสายนี้ ที่ที่ ความเร็วเป็นการแข่งขัน เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้หญิง เงินและยาเสพติด
เสียงเร่งเครื่องยนต์ดังสนั่นปลุกเร้าความคึกคะนองของผู้คนมากมายที่มาชุมนุมอยู่สองข้างทาง เสียงร้องเชียร์ของเหล่าวัยรุ่นชายหญิง ยิ่งตอกย้ำว่าการแข่งรถนอกสนามจริงเป็นที่นิยมตลอดกาล อบายมุขที่ผิดกฎหมายและศีลธรรมมีทั่วทุกย่างก้าวบนถนนสายนี้
ห่างออกไปไม่ไกลเกินที่เสียงเร่งเคลื่อนยนต์จะไปถึง เด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมวงดูคลิปวิดีโอหนึ่งผ่านโทรศัพท์มือถือ
เหตุการณ์ในคลิปวิดีโอ เกิดขึ้นภายในห้องที่มีเสียงดนตรีดังกระหึ่ม เด็กสาวร่างไร้อาภรณ์คนหนึ่งกำลังพยายามดิ้นรนขัดขืนจากการฉุดรั้งของเด็กหนุ่ม 5 คน ดูจากภาพในคลิปวิดีโอ เด็กสาวอายุไม่น่าจะเกิน 15 ปี ขณะที่กลุ่มเด็กหนุ่มก็ดูจะอายุมากกว่าแค่ 1-2 ปีเท่านั้น
ร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวถูกกดลงให้นอนหงายอยู่ที่พื้น แขนสองข้างถูกชายสองคนรั้งไว้ให้กางออก เฉกเช่นเดียวกับส่วนขาที่ถูกจับไว้ โดยมีเด็กหนุ่มคนสุดท้ายซึ่งกำลังเปลือยท่อนล่างอยู่ตรงหว่างขาคู่นั้นของเธอ เด็กสาวน้ำตานองหน้า ร่างที่ถูกขึงพืดสั่นไหวตามแรงกระแทก เธอกรีดร้องอย่างเจ็บปวดจากการลุกล้ำของเหล่าเดนชน
เด็กสาวพยายามดิ้นขืน แต่นั่นกลับทำให้อีกฝ่ายยิ่งออกแรงมากขึ้น เสียงหัวเราะกักขฬะของพวกมันดังสลับกับเสียงดนตรีและคำอ้อนวอนของเธอ มือสองข้างพยายามออกแรงฝืนยกขึ้นไหว้ ขอร้องให้พวกมันหยุด..... แต่ไร้ผล ศีรษะของเธอที่สะบัดไปมา ถูกพวกมันจับกดลงแนบพื้น ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไป ภาพซูมเข้าทุกสัดส่วนที่กำลังสั่นไหวมากขึ้นทุกที เพียงไม่นานท่อนร่างที่เปลือยเปล่าของเด็กหนุ่มก็หยุดนิ่งลง มันยิ้มหยันก่อนที่จะลุกขึ้นเปลี่ยนตำแหน่งกับเพื่อนอีกคน
เด็กสาวอาศัยจังหวะที่พวกมันเผลอ ดิ้นสุดแรงจนหลุดพ้นพันธนาการ เธอรีบลุกขึ้นและพุ่งตรงไปที่ประตู แต่ช้าเกินกว่าจะเอื้อมถึง มือข้างหนึ่งกระชากเข้าที่ผมของเธอ เด็กสาวเซตามแรงดึง ศีรษะเอนไปด้านหลัง เวลานั้นหมัดของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มแหวกอากาศพุ่งอัดเข้าเต็มใบหน้าของเธอ ร่างบอบบางหมุนคว้างแล้วล้มหน้ากระแทกลงกับพื้น ก่อนที่จะนอนแน่นิ่งไป
ทุกอย่างตกอยู่ในความสงบ มีเพียงเสียงดนตรีเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่ เหล่าเด็กหนุ่มยืนมองร่างของเด็กสาวที่พื้นด้วยแววตาไร้จิตสำนึก เพียงไม่นานเด็กหนุ่มคนที่ต่อยเด็กสาว ก็จับร่างของเธอให้หงายขึ้นก่อนที่จะลงมือกระทำ.... ต่อไป จากคนที่สอง ต่อด้วยคนที่สาม สี่ ไม่รู้ว่าเด็กสาวรู้สึกตัวตั้งแต่เมื่อไร เพราะครั้งนี้เธอไม่ได้ขัดขืนอีก เธอเพียงแค่นอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้น้ำตาไหลรินจากดวงตาซึ่งเคยเดียงสาทั้งที่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยคราบเลือดจากแรงกระแทกเมื่อครู่นี้
ภาพสุดท้ายในคลิปจบลงตรงเด็กหนุ่มคนที่ 5 ลุกขึ้นเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งกับคนที่ถ่ายคลิปวิดีโอ ใบหน้าของแต่ละคนหัวเราะอย่างสาใจในตัณหาของตน... ภาพหยุดลงที่ตรงนั้น

“ไงคลิปนี้เจ๋งป่ะ?!” โจ้หรือเด็กหนุ่มเจ้าของมือถือพูดขึ้นกับเพื่อนๆ ที่นั่งล้อมวงดูคลิปวิดีโอของตนอยู่
“สุดยอดเลยวะ!” หนึ่งในกลุ่มที่ดูคลิปวิดีโอเอ่ยขึ้น
“แน่นอนกูกับพวกไอ้เม่นเล่นเอง ถ่ายเอง ไม่ใช้สลิง ไม่มีตัวแสดงแทน แถมไม่ใช้ถุงยางด้วย” โจ้พูดอวดพร้อมหัวเราะร่วนอย่างภูมิใจ
“เฮ้ยๆ ส่งบลูทูธให้กูหน่อยเด่ะ
“กูด้วยๆ” เสียงเอะอะดังขึ้นในวง
“เฮ้ย! ไม่ได้ๆ อันนี้มันหลักฐานสำคัญเอาไว้แบล็คเมล์อีเด็กนี่ ขืนส่งให้พวกมึง คลิปได้วิ่งไปทั่วประเทศแน่”
“โห! อะไรวะงกกับเพื่อนฝูง”
“ไม่ได้ก็คือไม่ได้เว้ย คนที่อยู่ในคลิปนี้เท่านั้นถึงจะมีเว้ย ไอ้เม่นมันกำชับไว้แล้วว่าห้ามส่งให้ใคร แค่กูเอามาอวดให้พวกมึงดู ถ้ามันรู้กูก็โดนด่าเปิงแล้วนะเว้ย”
“แล้วใครเป็นคนถ่ายคลิปวะ?” โจ้ชะงักไปเมื่อได้ยินคำถาม
“มึงจะถามทำไมวะ ถึงกูบอกไปมึงก็ไม่รู้จักอยู่ดี พวกมึงนี่ถามมากฉิบหายเลยวะ ไม่เอาแล้วกูไม่คุยด้วยแล้ว” โจ้ลุกขึ้นยืน
“แล้วผู้หญิงนั่นใครวะ?”
“ไม่รู้ ไอ้เม่นมันพามา อย่างว่าหน้าหล่อๆ อย่างมันหาผู้หญิงง่ายกว่าเจอเศษตังค์ตกที่พื้นอีก กูแค่อยู่ถูกที่ถูกเวลาเว้ย” เสียงกลั้วหัวเราะดังขึ้นหลังคำตอบ
“แล้วเป็นไงวะ?” เสียงของเพื่อนในกลุ่มที่ชื่อเอกถามขึ้นบ้าง
“ก็ดี เสียแต่คนเยอะไปหน่อยกูเลยต้องรีบๆ ทำ”
“ไม่ใช่เรื่องนั้น กูหมายถึงหลังจากนั้นเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้าง?”
“ไม่รู้ ไอ้เม่นพามา มันก็เป็นคนจัดการ แล้วอีกอย่าง มันจะเป็นยังไง ทำไมต้องมานั่งสนใจวะ”
“แต่.....มึงข่มขืนเขาแล้ว.....” ยังไม่ทันสิ้นประโยค โจ้หันไปกระชากคอเสื้อแล้วจ้องหน้าเอกอย่างเอาเรื่อง
“มึงพูดอะไรไอ้เอก ทำไม! กูข่มขืนอีเด็กนั้นแล้วจะทำไม” โจ้ตวาดลั่นจนเพื่อนๆ ในกลุ่มรีบช่วยกันห้าม
“เฮ้ย! โจ้ใจเย็นน่า ไอ้เอกมันไม่ได้ว่าอะไร”
“พวกมึงเงียบไปเลย กูคุยกับมัน พวกมึงไม่เกี่ยว ว่าไง! เงียบทำไม พูดมาสิวะ อีเด็กนั้นมันเป็นญาติมึงเหรอ มึงถึงต้องมานั่งเดือดร้อน ไอ้ห่า! คนอุตส่าห์เอาของดีมาให้ดู เสือกทำเสียอารมณ์ กูจะบอกมึงให้ แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่าข่มขืนเว้ย เขาเรียกสมยอมอย่างไม่เต็มใจ เข้าใจป่ะ! ไอ้ควาย! พวกมึงปล่อยกู” โจ้สะบัดแขนพวกเพื่อนๆ ออก
“เอาน่า พอแล้วๆ”
“พอเลย พวกมึงไม่ต้องยุ่ง ไอ้เอกมึงหลายครั้งแล้วนะ ไอ้ที่ชอบพูดจากวนส้นเท้ากูน่ะ ตอนที่ไปหยิบของในห้างก็ทีแล้ว”
“น่า โจ้ พวกกูขอร้องละ มึงก็รู้ว่าไอ้เอกมันชอบปากเสีย มึงจะใส่ใจทำไมวะ” ใครคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น โจ้นิ่งไปพักหนึ่ง จึงปล่อยมือจากคอเสื้อของเอก แล้วในทันทีก็ง้างหมัดตะบันเข้าที่เบ้าตาของเอก จนคนโดนชกล้มลงไปนอนกับพื้น
“มึงจำไว้นะ! นี่กูเห็นว่าคนอื่นเขาช่วยขอร้อง ถ้ามีครั้งหน้าอีก เรื่องไม่จบแค่นี้แน่!” โจ้ชี้หน้าเอกอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะเดินออกจากกลุ่มไป
“ไอ้โจ้! มึงจะไปไหน แล้วที่นัดไปกินเหล้ากันล่ะ”
“กูไม่ไป!” เขาตะโกนตอบโดยที่ไม่หันมามองเพื่อนๆ
“เฮ้อ เอาใจมันยากจริงๆ มึงก็อย่าคิดมากล่ะไอ้เอก เป็นไรเปล่า?” เพื่อนในกลุ่มพยุงเอกขึ้น
“ไม่เป็นไร”
“คราวหน้ามึงก็อย่าไปตั้งคำถามมันอย่างนั้น มึงก็รู้ว่ามันไม่ชอบ กูเข้าใจว่ามึงสงสารเด็กนั่น เพราะน้องมึงก็เคยโดน....” ก่อนที่จะจบประโยค เพื่อนคนที่คุยอยู่ก็รู้สึกตัวว่าไม่ควรพูดเรื่องนี้ขึ้น
“กู ขอโทษวะเอก กูไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึงเรื่องน้องของมึง”
“ไม่เป็นไร” เอกตอบหน้าเศร้า เช็ดเลือดที่ไหลอยู่ตรงจมูก แล้วเดินออกจากกลุ่มไปอีกคน
“อ้าว! เฮ้ย! แล้วนั่นมึงจะไปไหน เดี๋ยวจะไปกินเหล้ากันแล้วนะเว้ย” ไร้เสียงตอบกลับมาจากเอกที่เดินจากไป
“เฮ้อ อะไรกันนักหนาวะไอ้พวกนี้ งั้นเราไปกินกันเองล่ะกัน” สิ้นประโยคเด็กหนุ่มที่เหลือก็เดินออกจากจุดที่ยืนอยู่...

โจ้เดินห่างออกมาจากกลุ่มคนและถนนที่แข่งรถ เพื่อมาเอามอเตอร์ไซด์ที่จอดไว้ในลานเปลี่ยว
“ทำเสียอารมณ์หมด!”
พอถึงรถของตน โจ้ขึ้นคร่อมเสียบกุญแจ แล้วสตาร์ทรถ... เงียบกริบ ไร้เสียงเครื่องยนต์ รถสตาร์ทไม่ติด เขาพยายามอีกสองสามครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม
“อะไรของมันอีกวะ” โจ้บ่นขณะก้าวลงจากรถ เพราะที่ลานจอดไม่ค่อยมีแสงไฟ เขาต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าที่สายตาจะชินจนเริ่มมองเห็น ว่ารถของตนถูกตัดสายแบตเตอรี่
“ใครทำวะ!”
“โจ้!” เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลัง โจ้หันมองตามสัญชาตญาณ ปลายแหลมสีเงินสะท้อนแสงวาบ พุ่งเสียบเข้าที่ท้อง เขาสะดุ้งเฮือก สองมือเกร็งแน่นคว้าข้อมือของผู้ประสงค์ร้าย ความเงียบปกคลุมลานจอดที่มืดเปลี่ยว เงาอำมหิตโน้มตัวเข้าใกล้โจ้ เสียงกระซิบดังขึ้นที่ข้างหูเขาเบาๆ
“อยากรู้ไหมหลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นสมยอมอย่างไม่เต็มใจกับพวกมึงแล้ว เธอเป็นยังไง?” โจ้พยายามสูดลมหายใจแต่เหมือนมีอะไรติดอยู่ที่คอ เพียงไม่นานน้ำสีแดงข้นก็ทะลักไหลออกจากปากและจมูก กลิ่นคาวเลือดกระจายไปทั่วลำคอ เขาเริ่มรู้สึกอ่อนแรงและหายใจติดขัด
“ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรีบตาย มึงยังไม่รู้เลยว่าเธอเป็นยังไง” มีดถูกบิดและกระชากออก สติที่เลือนรางโดนกระตุ้นให้กลับคืนด้วยความเจ็บปวดที่ยากเกินบรรยาย โจ้อ้าปากจะร้อง กลับถูกมือของอีกฝ่ายปิดปากไว้ คมมีดถูกแทงเข้าอีกครั้ง
“เธอตายแล้ว เธอฆ่าตัวตาย เพราะทนสิ่งที่พวกเดรัจฉานอย่างมึงยัดเยียดให้ไม่ได้” น้ำตาเริ่มไหลจากดวงตาของโจ้ เขาพยายามพูดร้องขอชีวิต แต่ไม่เป็นผล เสียงของเขาไม่ออกจากลำคอด้วยซ้ำ ใบมีดถูกบิดคว้านอีกครั้ง
“ตอนแรกว่าจะฆ่ามึงให้ไปขอโทษเธอ แต่กูนึกขึ้นได้ว่าสัตว์นรกอย่างมึง ถึงตายก็คงอยู่ในนรก ไม่มีทางได้เจอกับเธอที่อยู่บนสวรรค์แน่” ฆาตกรปล่อยมือจากมีดที่เสียบคาอยู่ตรงท้องก่อนจะใช้มือข้างนั้นปลดกางเกงที่เต็มไปด้วยเลือดของโจ้
“กูก็เลยคิดวิธีที่สาสมกับสิ่งเลวๆ ที่มึงทำ” กางเกงของโจ้ลงไปกองอยู่ที่พื้น โจ้ยืนสั่นเกร็งอย่างอ่อนแรง มันกระชากมีดออกจากท้องที่นองเลือด
“สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับมึงตอนนี้ เขาไม่เรียกว่าอาชญากรรมหรอก มึงรู้ไหมว่าควรจะเรียกว่าอะไร?” ใบมีดถูกจ่อไปที่หว่างขาของโจ้
“เรียกว่า ‘ลงทัณฑ์เดรัจฉาน’ ” มีดถูกตวัด เลือดทะลักออกจากปากแผล ก้อนเนื้อแห่งเพศบุรุษกระเด็นตกพื้นพร้อมกับที่ร่างของโจ้ล้มลง ฆาตกรย่อตัวลงตาม แล้วกระหน่ำมีดลงบนร่างนั้นอย่างบ้าคลั่งพร้อมคำสบถที่พรั่งพรูออกมา
เวลาผ่านไปจนนานพอที่จะทำให้ร่างไร้วิญญาณของโจ้ กลายเป็นซากเนื้อบนกองเลือด ฆาตกรหยุดมือของมันอย่างสาใจ เสียงหายใจหอบดังแผ่วในความมืด สักพักมันจึงล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือของโจ้แล้วก้าวเดินออกจากลานจอดรถ
“เหลืออีก 4 คน” เสียงพึมพำของมันดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะถูกกลบลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซด์ที่อยู่ห่างออกไป...
.............................

สวัสดีครับ ไรท์นะครับ จบไปแล้วนะครับสำหรับบทนำ สนุก ถูกใจ หดหู่ สะใจ ชอบไม่ชอบยังพูดคุยแนะนำกันได้นะครับ ไรท์ยินดีรับฟังทุกความเห็น และเนื่องด้วยบทนี้เป็นการเปิดเรื่องราว ไรท์จึงอยากมาบอกเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ให้ได้อ่านกันสักนิด
แรงบันดาลใจของนิยายเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งมาจากข่าวสุดสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกับนักเรียนหญิงคนหนึ่งในญี่ปุ่น เชื่อว่าใครหลายคนน่าจะเดาถูกว่ามาจากข่าวไหน บทต่อไปจากนี้จะเข้มข้นยิ่งขึ้น ฆาตกรจะเป็นใคร สี่คนที่เหลือจะรอดไหม ฝากติดตามด้วยนะครับ แล้วพบกันบทหน้า ^^
ลำนำสีเลือด
3
บทที่1: ภารกิจ