login

Prologue


@SoNightClub 
10.45 P.M. 
เสียงเพลงจังหวะหนักๆ ที่ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งโถงกว้างๆ ทำให้ฉันต้องนั่งหันซ้ายหันขวาอย่างหวาดระแวง ผู้คนหลายร้อยเบียดเสียดแดนซ์กันกระหน่ำเหมือนจะปลดปล่อยชีวิตให้หลุดออกไปจากโลกเห็นแก่ตัวใบนี้ กลิ่นเหล้ากับกลิ่นบุหรี่คละคลุ้งรวมกันชวนอ้วกแบบสุดๆ ถึงจะเกลียดที่แบบนี้เป็นที่สุดแต่ฉันก็ต้องทนนั่งรอต่อไป 
รอ....ไอ้น้องชายตัวแสบที่หายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้   
4 ชั่วโมงก่อนหน้า 
“ผมกราบล่ะเจ้ ช่วยทีเหอะนะ” น้ำเสียงงอแงของโซนิกต์ดังไล่หลังฉันมาเมื่อฉันเดินหนีเขาเข้ามาในตัวบ้านเพราะรำคาญเสียงโหยหวนนั่น      โซนิกต์เป็นน้องชายของฉันเอง เขาเป็นผู้ชายที่ดีนะ ถ้าไม่ติดว่าชอบทำตัวน่ารำคาญฉันว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่งเลยล่ะ  
“ไม่เอา นายก็รู้ว่าพี่เกลียดที่แบบนั้นจะตายไป คิดจะฆ่าพี่สาวตัวเองรึไงห๊ะ”  
“ผมไม่ได้จะเอาเจ้ไปเป็นเด็กนั่งดริ๊งซะหน่อย แค่ไปนั่งสวยๆ ในห้องทำงานเองอ่ะ”  
“ไม่!!”  
“โซระ!!”  
“นายมีผู้ช่วยเยอะแยะนี่ ไหนจะหุ้นส่วนของนายอีก ไม่เห็นต้องมาขอร้องพี่เลย” ฉันบ่นออกไปเบาๆ ก่อนจะเปิดหน้านิตยสารขนมหวานรายเดือนที่เพิ่งจะซื้อมา แต่เปิดไปได้ไม่ถึงสามหน้าหนังสือในมือก็ลอยหวือเพราะโซนิกต์คว้ามันออกไปจากฉัน แถมเขายังโยนมันไปที่โซฟาอีกตัวที่อยู่ตั้งไกลอีกต่างหาก  
ฉันรู้สึกอยากจะฆ่าน้องชายตัวเองก็วันนี้แหละ!  
โซนิกต์ร่วมหุ้นกับรุ่นพี่อีกคนเปิดโซไนท์คลับน่ะ ตอนแรกมันก็แค่คลับเล็กๆ ที่ใช้สุมหัวเฉพาะคนรู้จักล่ะนะ แต่ไปๆ มาๆ ไม่คิดว่ากิจการจะขยายใหญ่จนดังไปทั่วประเทศแบบนี้ แต่ถึงจะดังมากแค่ไหนแต่โซไนต์คลับก็มีอยู่แค่สาขาเดียว ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แต่ฉันเดาๆ ว่าคงเกี่ยวกับโซนิกต์นั่นแหละ เพราะเขายังเรียนไม่จบเลยนะ ตอนนี้ก็อยู่แค่ปีสามเอง แถมพ่อยังมีโครงการจะย้ายเจ้าน้องชายของฉันไปเรียนแลกเปลี่ยนที่อิตาลีอีก (พ่อฉันเป็นอธิการฯ มหาลัย) เป็นหนุ่มป๊อบก็งี้ล่ะนะ  
“เจ้จะเล่นแบบนี้ใช่มั้ย”  
“พอเถอะนิกต์ อย่าเซ้าซี้พี่เลย หัวเด็ดตีนขาดยังไงพี่ก็ไม่ทำ”  
“ถ้างั้นเรื่องที่จะพาไปเที่ยวอิตาลีต้นปีหน้าเป็นอันยกเลิก!!”  
“ไหงงั้นอ่ะ!!” ฉันรีบโวยออกไปเสียงดัง ไม่ได้นะ นั่นเป็นความฝันของฉันเลยนะ ฉันฝันมาตลอดว่าจะไปชิมขนมอร่อยๆ แถวนั้น เขาจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!  
ที่จริง...ฉันมีแพลนว่าจะเปิดร้านขนมของตัวเองช่วงต้นปีหน้าน่ะ ตอนนี้ก็เป็นได้แค่ผู้ช่วยร้านขนมเล็กๆ ในห้างที่เป็นของรุ่นพี่ที่รู้จัก จริงที่บ้านฉันรวยจนฉันอยู่เฉยๆ ก็ยังได้ แต่ยังไงซะฉันก็ต้องเข้าสังคมอ่ะ คนเรามันอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้หรอกนะ  
“ไม่รู้ล่ะ ถ้าเจ้ไม่ยอมไปทำงานที่คลับแทนผมเจ้ก็อดไปเที่ยว!”  
“แต่นายสัญญากับพี่แล้วนะนิกต์”  
“งั้นก็ยอมมาทำงานให้ผมสิ จะบอกพ่อให้ทำร้านให้เจ้เดี๋ยวนี้เลยยังได้” ย่ะ! ไอ้ลูกชายคนโปรด!!!  
“แล้วทำไมนายไม่ให้คนอื่นทำ! ทำไมต้องเป็นพี่ด้วย”  
“เป็นคนอื่นไม่ได้หรอก มีแค่เจ้คนเดียวเท่านั้นที่ทำได้” ท้ายประโยคฟังดูแผ่วเบาเหมือนพึมพำกับตัวเองทำเอาฉันสงสัย แต่ก็นะ สงสัยไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะน้องชายฉันมันก็ชอบคุยคนเดียวแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ  
“งั้น....ถ้าพี่ทำแล้วพี่จะได้อะไร”  
“ปีหน้าจะพาไปอิตาลีด้วย จะขอพ่อให้ทำร้านที่หน้ามหาลัยให้ แค่นี้พอมั้ย!”  
“ต้องทำนานแค่ไหน”  
“สามเดือน” โซนิกต์ตอบฉันด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะติดรำคาญ นี่ถ้าไม่เห็นแก่เที่ยวกับร้านฉันคงปฏิเสธเขาไปนานแล้วนะเนี่ย  
ที่จริงโซนิกต์เขาต้องไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับมหาลัยในเครือของพ่อที่อิตาลีน่ะ ก็อย่างที่บอกว่าพ่อฉันเป็นอธิการบดีมหาลัย ถ้าจะพูดให้ถูกจริงๆ คงต้องพูดว่าเป็นเจ้าของมหาลัยมากกว่า บ้านของเราเปิดสถานศึกษา ทั้งโรงเรียนอนุบาล ประถม มัธยม มหาลัย รวมถึงสถาบันติวต่างๆ ด้วย จะเรียกได้ว่าเป็นกิจการของตระกูลเลยก็ว่าได้อ่ะนะ  
“ถ้าเจ้อยู่ได้ครบสามเดือนอยากได้อะไรผมเปย์ให้หมดเลย”  
“พูดเองนะ”  
“คนอย่างโซนิกต์พูดอะไรแล้วไม่เคยคืนคำ!”  
“แล้วจะรอดู” ฉันพูดพร้อมกับย่นหน้าอย่างหมั่นไส้ในความมั่นหน้าของน้องชายตัวเอง ก็นะ... ยังไงซะก็แค่นั่งเช็คเอกสารนั่นแหละ มันคงไม่ได้ยากเกินความพยายามของฉันหรอก  
และนั้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องมานั่งหน้าสวยอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ของที่นี่ไง  
“ยังไม่มาอีกเหรอนิกต์” ฉันถามออกไปเมื่อโซนิกต์เดินหน้านิ่วคิ้วขมวดมาจากชั้นสอง เอาจริงๆ ที่นี่ทำฉันอึ้งไปพอสมควรเลยนะ ไม่คิดมาก่อนเลยว่ากิจการที่น้องชายดูแลอยู่จะยิ่งใหญ่ขนาดนี้  
โซไนต์คลับเป็นผับขนาดใหญ่ (มากกก) มีสองชั้น ชั้นแรกเป็นที่รองรับลูกค้าทั่วๆ ไป ส่วนชั้นบนเป็นโซนทำงานของโซนิกต์กับหุ้นส่วนของเขา ได้ยินมาว่าชั้นบนห้ามคนนอกเข้าโดยเด็ดขาด นอกซะจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของ เป็นสถานที่ส่วนบุคคลที่ไม่มีใครกล้าขึ้นไปแม้แต่แม่บ้านที่จะมาทำความสะอาด ฉันว่าส่วนตัวมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ห้ามใครผ่านแบบนี้มันก็น่ากลัวไปหน่อย ถ้าเกิดฉันลื่นหัวแตกตายในห้องจะมีใครรู้มั้ยเนี่ย  
โซไนต์คลับเป็นที่ที่คนมีตังค์เขาจะมากันน่ะ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและความส่วนตัวเป็นที่สุด แต่ในความหรูนั่นก็ต้องแลกมาด้วยราคาแพงที่โหดเอาเรื่อง แต่ก็นะ ถ้าไม่ใช่ลูกเศรษฐีก็ไม่มีใครอยากจะมาที่นี่หรอก  
“ไม่รู้มันหายหัวไปไหน ทั้งๆ ที่บอกว่าให้รออยู่ข้างบนแท้ๆ”  
“แล้ว....พี่ต้องรออีกนานมั้ยอ่ะ” ฉันถามออกไปเสียงแผ่วพร้อมกับจ้องมองไปรอบตัวอย่างหวาดระแวง ถึงฉันจะไม่กล้ามองไปตรงๆ แต่ฉันแอบเห็นผู้ชายหลายคนมองมาที่ฉันด้วยสายตาน่ากลัวๆ ด้วยล่ะ  
“แป้บนะ มันโทรมาแล้ว เออ...” ท้ายประโยคโซนิกต์หันหน้าไปอีกทางเพื่อที่จะคุยกับหุ้นส่วนของเขา ส่วนฉันก็ได้แต่มองแผ่นหลังกว้างๆ ของน้องชายแล้วพยายามทำตัวลีบๆ เพราะสายตาที่มองมารอบตัว งือออ ฉันอยากกลับบ้านนน  
“เออ รีบมาให้ไวเลย ไม่งั้นกูจะพังผับมึงนะครับเฮีย”  
“.....”  
“ไม่ต้องมาแถ! กูรู้ว่ามึงอยู่แถวนี้ ให้เวลาห้านาทีเว้ย!!”  
“....”  
“นี่มึงจะกวนตีนกูมากไปแล้วนะเฮีย”  
“....”  
“เออ รีบมาให้ไวเลย แค่นี้แหละ!!!”  
ฟังจากน้ำเสียงแล้วดูเหมือนพวกเขาจะรักกันมากเลยเนอะ....  
โซนิกต์ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างพยายามสงบสติก่อนที่เขาจะหันกลับมามองหน้าฉัน ดวงตาสีดำที่ฉาบไปด้วยแสงไฟสะท้อนความลังเลและหวาดกลัวออกมาจากสองตาคู่นั้น ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่สีหน้าแบบนั้นท่าทางจะเครียดน่าดูเลย  
“มีอะไรรึเปล่านิกต์”  
“เจ้นั่งอยู่นี่ก่อนนะ”  
“จะไปไหน”  
“ไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวรีบกลับมา”
โซนิกต์บอกกับฉันแค่นั้นก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับบาร์เทนเดอร์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ที่ฉันนั่งอยู่ ผู้ชายคนนั้นดูเหมือนจะเป็นรุ่นน้องโซนิกต์อีกเพราะเขาหน้าเด็กมาก  
“เดี๋ยวฉันมานะ ฝากดูแลยัยนี่ด้วย ห้ามใครเข้าใกล้เข้าใจมั้ย”  
“ทราบแล้วครับ”  
“เออ แล้วถ้า ‘ไอ้พี่ไนท์’ มันมาก็ให้มันนั่งรออยู่นี่ก่อน ถ้ามันจะหนีก็มัดมันติดเก้าอี้ได้เลย”  
“ขะ....เข้าใจแล้วครับ”  
“ดี!” บอกทีเถอะว่าน้องชายฉันมันเป็นอะไรไป! นี่มันคิดจะวางแผนฆ่าคนรึไง มัดติดกับเก้าอี้เนี่ยนะ! จะซาดิสต์เกินไปแล้ว!!  
“เอ่อ....คุณครับ...คุณเป็นแฟนคุณโซนิกต์งั้นเหรอครับ” หลังจากที่โซนิกต์เดินจนลับตาไปบาร์เทนเดอร์คนนั้นก็ถามฉันขึ้น และมันก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ เหอะ ฉันเนี่ยนะแฟนโซนิกต์ หน้าเหมือนกันอย่างกับแฝด ทำไมเขาถึงดูไม่ออกนะ  
“ไม่ใช่หรอกจ้ะ ฉันชื่อโซระ เป็นพี่สาวของเขาน่ะ”  
“เห!!!! พี่สาวเหรอ!!!” ท่าทางตกใจโอเว่อร์ไปมั้ยนั่น  
ฉันส่งยิ้มบางๆ ไปให้เมื่อผู้ชายคนนั้นทำหน้าเหวอเกินเหตุ ไม่รู้จะตกใจอะไรขนาดนั้น หรือโซนิกต์จะไปโกหกอะไรเขาไว้กันนะ  
“ไม่รู้มาก่อนเลยนะครับว่าคุณโซนิกต์มีพี่สาวด้วย”  
“งั้นเหรอจ้ะ”  
“สวยอย่างกับนางฟ้าแน่ะ แถมยังดูใจดีมากด้วย ทำไมต่างกับคุณโซนิกต์เหมือนฟ้ากับเหวแบบนี้ล่ะครับ”  
“ใครเขาก็บอกแบบนั้นล่ะจ้ะ” ฉันบอกติดตลกเรียกเสียงหัวเราะจากบาร์เทนเดอร์คนนั้นได้นิดหน่อย แต่พอฉันจะชวนเขาคุยอีก ลูกค้าที่เพิ่งจะเดินเข้ามาก็สั่งเครื่องดื่มจากเขาซะก่อน ทำให้ตอนนี้เหลือแค่ฉันคนเดียวที่นั่งหน้าสวยแล้วมองซ้ายมองขวาอย่างหาอะไรทำ  
อ่า.....พออยู่คนเดียวแบบนี้ฉันก็เริ่มกลัวแฮะ  
หมับ!  
“ขอนั่งด้วยคนนะคนสวย” มือใหญ่ของใครบางคนมาพร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูทำฉันสะดุ้งโหย่ง จะลุกจากที่แล้วหนีไปก็ทำไม่ได้เพราะไหล่ถูกมือของผู้ชายคนนั้นกดให้นั่งลงกับเก้าอี้อย่างเดิม กลิ่นเหล้าที่คละคลุ้งใกล้กับจมูกชวนให้คลื่นไส้เป็นที่สุด!  
“ปะ....ปล่อยนะคะ”  
“รังเกียจกันเหรอ บ้านพี่รวยนะน้องสาว” อยากตะโกนบอกเขาจังว่าบ้านฉันก็รวย  
ฉันเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นพร้อมกับพยายามแกะมือปลาหมึกของผู้ชายคนนี้ออกจากไหล่ แต่ดูเหมือนแรงมดอย่างฉันจะสู้กับแรงโคกระบือของเขาไม่ได้ เพราะยิ่งฉันแกะมือเขาออกก็มีแต่ฉันที่เจ็บไหล่เพราะเขาเพิ่มแรงกดขึ้นเรื่อยๆ  
“อย่าขัดขืนน่า เธอน่ารักดีนะ สนใจมาเป็นเมียฉันมั้ย”  
“อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ เราไม่รู้จักกันสักหน่อย”  
“อยากรู้จักฉันมั้ยล่ะ”  
“ไม่ค่ะ คือฉัน...”  
“พ่อฉันเป็นเจ้าของโรงแรมดังเชียวนะ แถมรวยมากด้วย รู้แบบนี้แล้วยังจะปฏิเสธฉันอีกเหรอ”  
“ปล่อยเถอะนะคะ ฉันเจ็บ”  
“สวยแล้วเสียงยังหวานอีก อยากลองครางชื่อฉันดูมั้ย คงจะฟินน่าดูเลย” น้ำเสียงหื่นกระหายมาพร้อมกับแววตาแพรวพราวที่ทำฉันขนลุกไปทั้งตัว รวบรวมกำลังทั้งหมดลุกขึ้นยืนแต่ก็โดนคว้าข้อมือเอาไว้อยู่ดี แรงบีบจากมือใหญ่ทำข้อมือฉันแสบร้อนจนฉันต้องร้องออกมาเบาๆ แต่นั่นดูเหมือนจะทำให้ผู้ชายคนนั้นหื่นกระหายขึ้นไปอีก  
“หึ มานี่มา พี่จะให้ครางชื่อพี่ทั้งคืนเลย”  
“ปล่อยนะ!! โอ๊ย!!” จากที่พยายามฉุดกระชากเพื่อคืนอิสระให้ข้อมือตัวเอง กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันลงไปนั่งกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นผู้ชายคนนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือออกจากฉันเลย หนำซ้ำยังพยายามกระชากฉันให้ลุกขึ้นเพื่อไปกับมันอีกต่างหาก  
ฮืออออ นี่ฉันต้องมาโดนฆ่าข่มขืนตั้งแต่ต้นเรื่องเลยเหรอเนี่ย!  
“เฮ้ย! ปล่อยเลยนะโว้ย!!!” เสียงตะโกนดังๆ ของบาร์เทนเดอร์คนนั้นเหมือนเสียงสวรรค์ที่ช่วยชีวิตฉันไว้ ขี้เมาคนนั้นหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วหันไปจ้องผู้ชายอีกคนที่เดินเข้ามา “ทำบ้าอะไรของมึงห๊ะ!!”  
“นาย....”  
“คุณโซระไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ” บาร์เทนเดอร์คนนั้นรีบเข้ามาพยุงฉันให้ลุกขึ้นจากพื้น แต่ถึงอย่างนั้นไอ้บ้าหื่นกามขี้เหล้านั่นก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากข้อมือฉันอยู่ดี แถมยังกำมันแน่นขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจะโกรธที่มีคนสอดมือเข้ามายุ่งอีกต่างหาก  
“เมื่อกี้มึงเรียกกูว่าอะไรนะ”  
“ห้ามมึงแตะต้องผู้หญิงคนนี้ ทางที่ดีรีบปล่อยมือมึงออกก่อนที่จะเดือดร้อนดีกว่า” พูดซะฉันเหมือนลูกสาวมาเฟียเลยอ่ะ เอาตรงๆ ฉันไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นสักหน่อย และก็ไม่ได้สำคัญกับใครขนาดนั้นด้วย  
“เหอะ ปากดีแบบนี้มึงรู้มั้ยกูลูกใครห๊ะ!!!!”  
พลั่ก!!!  
สิ้นเสียงตะคอกดังๆ ของขี้เมาคนนั้นบาร์เทนเดอร์ที่เคยพยุงฉันอยู่ก็ลงไปหมอบกับพื้นทันที หัวใจฉันหล่นวาบลงไปอยู่ตาตุ่มเมื่ออยู่ๆ ก็ได้ดูมวยสดซะงั้น สดแบบ 8D เลยอ่ะ!!  
“กูจะเอาผู้หญิงคนนี้!! จะของใครกูก็ไม่สน!!”  
“ปล่อยนะ ฉันเจ็บ!! อึก!”  
“หุบปากไปซะ!! อยากหน้าแหกอีกคนรึไงห๊ะ!!!” เสียงตะคอกดังๆ ของผู้ชายคนนั้นมาพร้อมกับมือใหญ่ๆ ของเขาที่บีบแก้มฉันเอาไว้แน่นจนกรามแทบหัก น้ำตาที่เคยกลั้นเอาไว้ไหลลงมาเป็นทาง ตอกย้ำความอ่อนแอของตัวเองได้เป็นอย่างดี  
ฉันไม่น่ามาที่นี่เลย ไม่อย่างนั้นฉันก็คงนอนหลับสบายๆ อยู่ที่บ้านไปแล้วแท้ๆ  
“ปล่อยนะเว้ย!!” บาร์เทนเดอร์คนเดิมยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาลุกขึ้นมาอีกครั้งแล้วรั้งข้อมืออีกข้างของฉันเอาไว้ ทำทีจะเข้าไปต่อยไอ้บ้านั่นแต่ก็ไม่โดนเลยสักหมัด ท่าทางว่าเขาก็คงจะอ่อนแอไม่ต่างจากฉันเลยสินะ แค่เขาพยายามช่วยฉันก็ขอบคุณเขามากแล้ว “กูบอกให้ปล่อยไงวะ!!”  
“มึงนี่วอนซะแล้ว”  
“อย่านะ!”  
พลั่ก!!  
สิ้นเสียงกรีดร้องของฉันเขาก็ถูกถีบกระเด็นไปตามที่ฉันคาดไว้ไม่มีผิด บาร์เทนเดอร์คนนั้นกระเด็นไปโดนผู้ชายอีกคนที่เดินฝ่าวงล้อมผู้คนที่กำลังมุงดูอย่างเมามัน แต่ถึงอย่างนั้นร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้มีท่าทางสะท้านเลยสักนิด  
“คุณมิดไนท์....” บาร์เทนเดอร์คนนั้นพูดออกมาเสียงแผ่วพร้อมกับเงยหน้ามองผู้มาเยือนคนใหม่ จบคำพูดที่แสนจะแผ่วเบา เพลงที่เคยดังกระหึ่มในตอนแรกก็เงียบลง ผู้คนที่เคยอยู่รายล้อมผู้ชายคนนั้นต่างเดินถอยห่างหลีกทางให้เขาราวกับหวาดกลัว  
ฉันมองผ่านม่านน้ำตามองไปยังผู้มาเยือนคนใหม่ เส้นผมสีดำสนิทกลืนกับบรรยากาศสลัวๆ ของผับ ดวงตาสีดำคู่คมของเขากวาดมองไปรอบกายอย่างสำรวจสถานการณ์ ริมฝีปากบางเฉียบเรียบนิ่งเหยียดเป็นเส้นตรงเหมือนไม่สบอารมณ์กับสิ่งที่เห็น แววตาเย็นชาของเขาค่อยๆ เหลือบมามองฉันที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่กลางวง  
การปรากฏตัวของเขาทำให้เวลาเหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้ เขามองหน้าฉันนิ่งๆ ก่อนสายตาจะเหลือบมองไปที่ผู้ชายอีกคนที่จับข้อมือฉันไม่ปล่อยไปไหน ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่ฉันรู้สึกกลัวผู้ชายคนนั้นมากกว่าขี้เมาที่กำลังจับฉันอยู่ซะอีก  
มันเหมือน....มีปีศาจแฝงอยู่ในร่างเขายังไงก็ไม่รู้
“นี่มันเรื่องบ้าอะไร!” 
 

รายชื่อตอน

  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 7 ดื้อ (3/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 7 ดื้อ (2/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 7 ดื้อ (1/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 6 ปกป้อง (3/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 6 ปกป้อง (2/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 6 ปกป้อง (1/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 5 เดือด (3/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 5 เดือด (2/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 5 เดือด (1/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 4 คนเลว (3/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 4 คนเลว (2/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 4 คนเลว (1/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 3 เปลี่ยน (3/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 3 เปลี่ยน (2/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 3 เปลี่ยน (1/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 2 สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเพื่อนร่วมงาน (3/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 2 สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเพื่อนร่วมงาน (2/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 2 สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเพื่อนร่วมงาน (1/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 1 มิดไนท์ (3/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 1 :: มิดไนท์ (2/3)

    3
  • BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 1 :: มิดไนท์ (1/3)

    3
  • Prologue

  • Prologue
    3
    BAD LOVE :: บาปครั้งที่ 1 :: มิดไนท์ (1/3)