login

การเป็น Hacker ครั้งที่ ๑

"พี่จ้า! หนูอยากฟังเรื่องที่พี่จะเล่าอะ" หญิงสาวผมดำ แววตาสนใจปรากฏ เธอกำลังเขย่าขาชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สวนหลังบ้าน ชายหนุ่มคนนั้นก้มลงมองและยกยิ้ม เป็นเวลาเดียวกันที่หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาส่งยิ้มให้เขา

"พี่เนมเฟม! พี่จะส่งยิ้มให้พี่สาวหนูทำไม? จะจีบหรอ?" เนมเฟมส่ายหน้า ไอ้เด็กนี้ควรตีปากให้แตก ในเวลานั้นเองหญิงสาวคนนั้นก็พูดขึ้น

"นายมีเรื่องจะเล่าไม่ใช่หรอ ลองกล่าววีรกรรมออกมาสิ" เนมเฟมขมวดคิ้ว เขาระลึกความทรงจำของเขา ความทรงจำอันเจ็บปวด รอยยิ้ม น่าหลงใหล สนุกสนาน เวลามันล่วงผ่านมาเกือบ 5 ปีแล้วนับจากนั้น เมื่อเห็นสตรีในดวงใจแต่ไม่กล้าขอเป็นแฟนก็เล่าขึ้น

"เรื่องมันมีอยู่ว่า ชายคนหนึ่งชื่อว่าเนมเฟม"

"ชื่อเหมือนพี่เลย!" ชายหนุ่มชูนิ้วคั้นปาก

"พี่กำลังเล่าอยู่ ชายคนนั้นชื่อเนมเฟม เขาได้เข้าเล่นเกมหลังจากที่..."

.

.

.

เกมแดนสนธยา คือเกม MMO RPG ติดท็อปอันดับ 1 ของโลกในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน ด้วยภาพ สี เสียง การสัมผัส ความเจ็บปวดที่เสมือนจริงและราคาย่อมเยา ทำให้สิ่งนี้กลายเป็นหนึ่งในดวงใจคนได้ง่าย เนมเฟมก็เช่นกัน เนมเฟมคือชายธรรมดาลูกครึ่งอังกฤษ

บิดาได้ละทิ้งหนี้สินไว้และหายออกจากครอบครัว เป็นเวลาเดียวกันที่แม่ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ทำให้เขาไม่มีอะไรติดตัวนอกจากของขวัญวันเกิดของแม่ เกมแดนสนธยา เขาตอนนี้กำลังมองดูโลงศพของแม่และหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด จริงๆ แล้วจะกล่าวเป็นโรงศพก็ไม่ได้

ญาติพี่น้องละทิ้งเขาไม่ต่างกัน ไม่มีอะไรทำพิธีได้เลยสักนิด เขาจึงเอาตู้เสื้อผ้าและนำของๆ แม่ใส่ไว้ในนั้นกับดอกไม้เป็นของขวัญในโลกหน้ากับใบลาที่เขียนด้วยลายมือประณีตของเนมเฟม เขาไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะต้องตกต่ำเพราะพ่อตนเองไปเล่นพนันและหนีออกมาด้วยหนี้ถึง 2 ล้านบาท ต่อให้เขาฉลาดแค่ไหนการทำงานในระยะเวลาเพียง 1 เดือนด้วยราคาของมันเป็นเรื่องฝันกลางวันสุดๆ

ด้วยสัญญาของพ่อที่เซ็นไปคล้ายไม่คิดกำหนดเงินที่ต้องใช้ภายใน 1 เดือน ทำให้แม่เขาทรุดตัวลงและร่างกายต่ำเรื่อยๆ และจากไป ทำไม? ทำไมต้องเป็นแม่ของเขา ท่านทำอะไรผิดในภพปางก่อนงั้นหรอ หากใช่แล้วทำไมไม่ให้อภัยบ้าง คิดอยากจะทำอย่างนั้นหรอ แม่เขาคือความหวังเดียวของเขา แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว

สวรรค์ชั่งโหดร้าย

ชายหนุ่มที่พึ่งจบมัธยมชั้นที่ 6 และกำลังจะได้เรียนต่อมหาลัยเพื่อเสริมสร้างครอบครัวให้ดีขึ้นกลับต้องมาเจอสถานการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้ เขากดดันจริงๆ เนมเฟมมองดูโลงศพแม่ ก่อนจะราดน้ำมันราคาแพงที่เป็นเงินกว่า 30% ในตอนนี้ใส่และจุดไฟเผา

เปลวเพลิงสีแดงลุกโชติขึ้นพร้อมกับไอร้อนที่ปะทะหน้าเขา ไม่ได้ทำให้เขาอบอุ่นแม้แต่อย่างใด มันชั่งเงียบเหงาเศร้าจนไม่สามารถบรรยายได้ ตอนนี้เขาได้รู้แล้วคนที่ไม่มีครอบครัวรู้สึกอย่างไง มันอ้างว้าง โดดเดียวมากแค่ไหน เวลานี้เขารู้แล้ว

"หากชาติหน้ามีจริง ขอให้ผมเป็นลูกแม่อีกครั้งนะครับ" ชายหนุ่มกราบลงพื้นด้วยน้ำตาที่ไหลรินหยดลงพื้น ทันใดนั้นสายลมก็เข้าปะทะร่างเขาเสมือนกับใครมากอดไว้ มันให้ความรู้สึกอบอุ่นจนไม่สามารถบรรยายได้ ลมที่ลูบผมของเขาราวกับเห็นใจทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสะอึกสะอื้นด้วยความเจ็บปวดและโหยหา

ไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าไหร่ที่เขากราบอยู่แบบนั้น ความรู้สึกของแม่ที่ให้กับเขาหลังจากไปแล้วยังตราตรึงในหัวใจ เปลวไฟที่รุกขึ้นตอนแรกบัดนนี้มันได้สลายหายไปในอากาศพร้อมกับกองขี้เถา แม้จะขัดแย้งต่อกฎของโลก แต่มันเผาทุกอย่างไปแล้วจริงๆ ไม่เหลือแม้กระทั่งกระดูก มีเพียงเศษไม้ไม่กี่อันในหลุมที่เป็นรูปหัวใจ

"ผมสาบานว่าจะทำให้ตระกูล <มอเฟียส> ของเรากลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม และจะลากคนไร้ความรับผิดชอบมาลงโทษต่อหน้าหลุมศพของแม่ให้ได้" เนมเฟมกัดฟันด้วยแววตาโกรธแค้น หากไม่ใช่ไอ้บัดซบนั้นแม่เขาก็ไม่จากไปไวขนาดนี้ มันไม่ยุติธรรม มันต้องตาย! มันต้องตายด้วยน้ำมือของเขาเท่านั้น!!

ชายหนุ่มมองกองดินกวาดมันลงในหลุมอย่างเชื่องช้าระลึงความทรงจำที่เกิดขึ้น ความอร่อยของอาหารที่ทำจากมือของแม่ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คำดุด่า คำตักเตือนที่ทำให้เขาเป็นคนดี และอ้อมกอดที่อบอุ่นที่ไม่สามารถได้รับต่อจากนี้

ใช้เวลากว่า 20 นาทีเนมเฟมก็ปกปิดหลุมศพของท่านแม่ได้สำเร็จ โดยบนพื้นดินนั้นมีป้ายของไม้กางเขนสลักชื่อแม่ของเขาไว้ มันอาจดูแปลกๆ แม่นับถือพุทธแต่เขากลับเอาไม้กางเขนปักไว้ แน่นอนเนมเฟมก็เป็นพุทธ แต่มีความเชื่อกล่าวว่าพระเจ้ารักทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนอย่างไงก็ตาม หากลองชั่งคนที่ไม่เชื่อใจ กับคนที่น่ารังเกียจและไม่สนใจพระเจ้า แน่นอนเขาต้องเลือกอย่างแรกแน่ๆ นั้นทำให้เนมเฟมเอากางเขนที่สลักชื่อแม่ของเขาออกมาปัก

"ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ" ชายหนุ่มหันหลังเดินเข้าบ้าน 2 ชั้นของตน นี้คือสมบัติสุดท้ายที่เขามีอยู่ในตอนนี้ หาเอาบ้านหลังนี้ไปขายน่าจะได้ประมาณ 2 ล้านซึ่งสามารถล้างหนี้ได้ แต่มันจะไม่พอที่จะอุดหนุนการคงอยู่ของคนในบ้าน แต่ตอนนี้มีเขาคนเดียวที่อยู่นี้

แม้มันจะเป็นการดีที่เขาขายและไปเริ่มชีวิตใหม่ แล้วทำไม? ในบ้านหลังนี้ที่เขาอยู่มาตั้งแต่เด็ก ความทรงจำ ความสุข ทุกข์ และคนที่เขารักที่สุดมาตั้งแต่เด็ก เขาไม่ยอมที่จะละทิ้งบ้านหลังนี้แน่ แม้มันจะถูกยึดโดยเจ้าหนี้ แต่เขาจะเอามันคืนมา ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไรก็ตาม

"ได้เวลาแล้วสินะ" เนมเฟมขึ้นมาชั้น 2 ของบ้านตน ในห้องเขานั้นค่อนข้างแคบ ทำความสะอาดง่าย มีเพียงคอม ทีวี ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำเท่านั้น แต่นั้นก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว ด้วยของที่อยู่ในตู้เย็นต่อให้เขาอยู่อีก 5 เดือนก็ไม่หมดง่ายๆ เนื่องจากเขาเป็นคนกินน้อยมากๆ

เนมเฟมมองไปยังหมวกเกมแดนสนธยาบนเตียง ก่อนจะเข้าห้องน้ำจัดการธุรส่วนตัวและล้มตัวลงนอนบนเตียง เอามืกก่ายหน้า ดูเหมือนเขาจะเป็นมากเกินไปรึเปล่า เนมเฟมพูดกับตนเองในใจ ปกติเขาจะเป็นคนเย็นชามากๆ หากไม่ใช่กับครอบครั้ว แต่เมื่อเจอเหตุการณ์นี้เขาอ่อนแอมาก มันสะเทือนใจเกินไป

"ไม่มีที่พึ่งพิงจริงๆ" ชายหนุ่มหยิบหมวกเสมือนที่ปิดตามาสวม ก่อนจะดำดิ่งเข้าสู่เกมแดนสนธยา

***
การเป็น Hacker ครั้งที่ ๑
3
การเป็น Hacker ครั้งที่ ๒