login

ชะตาหงส์ตกอับ (1) 50%

“นางอดข้าวอดน้ำมาได้สามวันแล้วขอรับนายหญิงหงเม่ย” หยุนซิงเย่ได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยอยู่หน้าห้องเก็บฟืน ยามนี้ นางถูกขายมาอยู่ที่หอราตรีวสันต์ ซึ่งเป็นหอนางโลมอันดับหนึ่งในเมืองหลวง
คนพวกนี้ต้องการให้เป็นคณิกา แต่หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรนางก็ไม่ทำ สู้ให้นางตายรอบสองดีกว่าที่จะเป็นนางโลมต่ำต้อยเช่นนั้น
“พานางออกมา ให้น้ำนางดื่ม ให้สาวใช้พานางไปอาบน้ำแต่งตัว ยามนางนี้คงไม่เหลือแรงแล้วข้าจะพานางไปรับแขก” เสียงสตรีหน้าห้องเอ่ย
“แต่แรงเดินนางก็ไม่น่าจะมีนะขอรับ” คนคุมหน้าประตูเอ่ย
“นายท่านผู้นี้ไม่ถือสาหรอก ขอเพียงนางยังเป็นโฉมสะคราญยังไม่ถึงวัยปักปิ่นก็เพียงพอ ต่อให้ตายคาเตียงยังคุ้มกับที่ยี่สิบตำลึงที่ซื้อนางมาหลายต่อหลายเท่านัก”
ได้ยินแล้วมุมปากของหยุนซิงเย่ก็หยักโค้งขึ้นมาด้วยเหยียดหยันชะตาชีวิตของตนเอง ก่อนหน้านี้นางไม่ได้มีชะตาที่เลวร้ายเช่นนี้ แต่ไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับนางโชคชะตาจึงพลิกผันให้นางตกอับได้ถึงที่สุดมากมายเช่นนี้
เรื่องมันเกิดขึ้นยังไม่ถึงสิบห้าวันด้วยซ้ำ ก่อนที่นางจะเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุสิบสามปีนามว่าหยุนซิงเย่นี้ นางคือองค์หญิงฉางหรู องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นต้าหลวนแห่งนี้
หากย้อนไปก็เป็นเมื่อสิบวันก่อน นางไปเดินเล่นในอุทยานหลวง อยู่ดีๆก็หน้ามืดตกไปในสระบัว ฟื้นขึ้นมาอีกทีนางก็มาอยู่ในร่างของหยุนซิงเย่ที่นอนป่วยอยู่ในเรือนสาวใช้ในจวนเสนาบดีผู้หนึ่ง เมื่อฟื้นขึ้นมานางทั้งตกใจและแปลกใจ ที่เหตุใดนางกลายมาอยู่ในร่างของเด็กสาวที่ยังไม่ได้ปักปิ่นด้วยซ้ำ ส่วนนางหรือผ่านวัยสิบสามปีมาเกือบจะสิบปีแล้ว
คราแรกนางโวยวายจนคนในจวนเสนาบดีต่างระอาคิดว่านางเป็นบ้าเพราะก่อนหน้านี้นางหมดลมไปแล้ว แต่อยู่ดีๆก็ฟื้นขึ้นมาใหม่ ร่างกายอาจจะทำงานไม่ปกติทำให้นางกลายเป็นสตรีวิปลาส แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือหลังจากนางมาอยู่ในร่างของหยุนซิงเย่ได้สามวันข่าวการสิ้นพระชนม์ขององค์หญิงฉางหรูก็ถูกประกาศออกมา พิธีศพขององค์หญิงฉางหรู องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียตริย์มีการจัดพิธีไว้อาลัยถึงหนึ่งปีเต็ม เพราะองค์หญิงหานหรูนั้นเป็นธิดาคนโปรดของฮ่องเต้เล่ยซิ่ง
องค์หญิงฉางหรูเป็นพระธิดาองค์โตที่ประสูตรจากฮองเฮามู่จิน และเป็นพระธิดาองค์โตสุดในหมู่โอรสและธิดาสิบสองพระองค์ของฮ่องเต้เล่ยซิ่ง เพราะความงดงามที่ถอดแบบมาจากพระนางมู่จินรวมไปถึงนิสัยช่างอ้อนช่างเอาใจของนางทำให้ฮ่องเต้เล่ยซิ่งทรงโปรดปรานและเอ็นดูพระธิดาองค์โตมาก แม้องค์หญิงจะมีพระชนมายุยี่สิบสองพรรษาแล้ว นางควรจะถูกฮ่องเต้ประทานสมรสให้กับขุนนางหนุ่มอนาคตไกลสักคนหนึ่ง แต่เพราะการออดอ้อนของนางและประกอบกับฮองเฮามู่จินนั้น หลังจากประสูติเซิ่งอี้หรือองค์ชายแปด ซึ่งเป็นโอรสคนที่สองของพระนางมู่จิน หลังจากนั้นพระนางมู่จินก็อ่อนแอลงเรื่อยๆด้วยโรคใดหมอหลวงก็หาสาเหตุไม่ได้ สุดท้ายพระนางมู่จินก็สวรรคตลงในตอนที่องค์หญิงฉางหรูพระชนมายุสิบห้าพรรษา องค์ชายเซิ่งจื่อพระโอรสคนโตของพระนางมู่จินพระโอรสคนที่สองของฮ่องเต้พระชนมายุสิบเอ็ดพรรษา ส่วนเซิ่งอี้หรือองค์ชายแปดพระชนมายุเพียงแปดพรรษาเท่านั้น
หลังจากพระนางมู่จินสวรรคตเรื่องในวังหลังล้วนเป็นองค์หญิงฉางหรูเป็นคนจัดการ เพราะนางเป็นองค์หญิงที่รักของทุกคน แม้แต่องค์ไทเฮาก็ยังทรงไว้ใจนาง อำนาจในวังหลังทั้งหมดจึงตกเป็นของนาง และอย่าหวังว่าสนมหรือพระชายานางใดจะได้ขึ้นมาเป็นฮองเฮาแทนที่เสด็จแม่ที่ว่างลงไปได้นางไม่ยินยอมเด็ดขาด หากมีใคร่ใฝ่ปองตำแหน่งนั้น นางจะหาทางกำจัดเหล่าชายาและสนมเหล่านั้นออกไปอย่างแนบเนียนโดยฮ่องเต้เล่ยซิ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือนาง ตั้งแต่เรื่องไสยศาสตร์ ยักยอกของหลวง ชู้สาว แม้แต่เครือญาติของเหล่าพระชายาที่อ้างอิงพระนามเพื่อนำไปหาผลประโยชน์หรือวางอำนาจบาตรใหญ่ และทุกทางที่ทำให้เหล่าพระชายาและนางสนมเหล่านั้นดูไม่เหมาะสมกับตำแหน่งฮองเฮาอันสูงส่ง
ดังนั้นองค์หญิงฉางหรูจึงเป็นใหญ่เหนือกว่าทุกคนในวังหลังยกเว้นองค์ไทเฮาเพียงพระนางเดียว แต่ไม่นานเมื่อองค์ไทเฮาสวรรคต องค์หญิงฉางหรูก็ยืดอำนาจในวังหลังไปจนหมด
เมื่อฮ่องเต้ต้องการให้องค์หญิงฉางหรูอภิเษกสมรสนางก็หาเรื่องมาอ้างว่าต้องการดูแลวังหลังให้ดี และต้องการดูแลเซิงอี้น้องชายคนเล็กของนางแทนพระนางมู่จินเพราะเขาไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก นางโดยไม่คิดจะอภิเษกกับผู้ใด อีกทั้งเพราะได้กำหนดองค์รัชทายาทแล้วซึ่งก็คือเซิ่งจื่อน้องรองของนางดังนั้น องค์หญิงฉางหรูจึงทูลกับฮ่องเต้ว่า รอให้เซิ่งจื่อขึ้นครองราชย์ก่อนและมีฮองเฮาเมื่อใดนางจะมอบอำนาจในวังหลังให้แต่ฮองเฮาคนต่อไปส่วนนางจะออกบวชเพื่อสร้างบุญบารมีให้แก่ราชวงศ์สืบไป ฮ่องเต้เล่ยซิ่งได้ยินจึงยอมให้องค์หญิงฉางหรูดูแลวังหลังต่อไป...แต่ไม่คาดคิดว่า สุดท้ายองค์หญิงฉางหรูกลับต้องมาจมน้ำตาย
 พอรู้ข่าวเรื่องการตายของตนเอง นาง...องค์หญิงฉางหรูในร่างของหยุนซิงเย่ก็รีบออกจากจวนเสนาบดีเพื่อไปที่วังหลวง เพราะนางอยู่ในวังหลวงมาตลอดชีวิตจึงรู้ทางหนีทีไล่ดี นางลักลอบเข้าไปในวังหลวงซึ่งตอนนี้วังอยู่อยู่ในช่วงทำพิธีพระศพของตัวนางเอง เพื่อยืนยันกับฮ่องเต้เล่ยซิ่งว่านางยังไม่ตายต่อหน้าทุกคนในพระราชพิธี แม้นางจะบอกกับทุกคนว่านางคือองค์หญิงก็ไม่มีใครฟังนาง มาคิดภายหลังว่านางวู่วามเกินไปก็สายไปเสียแล้ว
ฮ่องเต้เล่ยซิ่งทรงกริ้วมากที่มีคนแอบอ้างชื่อว่าเป็นธิดารักต่อหน้าเหล่าขุนนาง เขารับสั่งให้ทหารจับนางไปหวังจะโบยให้ตาย แต่เซิ่งอี้น้องเล็กในวัยสิบห้าพรรษาของนางกลับช่วยเหลือนางเอาไว้โดยไม่รู้ว่าเป็นนาง บอกว่าอย่างไรองค์หญิงฉางหรูก็สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ขอให้ปล่อยเด็กสาวไร้หัวนอนปลายเท้านี้ไปเพื่อเป็นการสร้างกุศลให้องค์หญิงฉางหรู
สุดท้ายนางถูกทหารโยนออกจากประตูวังหลวงอย่างไม่ไยดี แม้ไม่อยากยอมรับชะตากรรมของตัวเองเพียงไร แต่เมื่อถูกสายตาของฮ่องเต้เล่ยซิ่งที่เคยทอดพระเนตรมายังนางอย่างรักใคร่เอ็นดูเปลี่ยนมาเป็นเย็นชาโหดร้าย นางก็ยอมทิ้งพระนามฉางหรูและยอมรับนามว่าหยุนซิงเย่อย่างจำใจเพราะสุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดเชื่อว่านางคือองค์หญิงฉางหรู...
องค์หญิงฉางหรูตายจากโลกนี้ไปแล้ว ยามนี้นางจึงเป็นเพียงหยุนซิงเย่เด็กสาวธรรมดาผู้ไร้ญาติ
เมื่อสวรรค์ไม่มีที่เหลือให้สำหรับองค์หญิงฉางหรูอีกต่อไป นางในร่างของหยุนซิงเย่จึงกลับไปที่จวนเสนาบดีที่เจ้าของร่างเป็นสาวใช้อยู่ที่จวนนั้น เมื่อกลับไปถึง พ่อบ้านประจำจวนก็นำนางออกไปขายในทันที เพราะเสนาบดีผู้นั้นรู้ว่าเด็กสาวที่ลอบเข้าไปในวังหลวงแอบอ้างว่าเป็นองค์หญิงฉางหรูคือสาวใช้ในจวนของตัวเองก็ร้อนใจ เกรงว่าจะนำผลร้ายมาให้หน้าที่การงานของเขา เสนาบดีผู้นั้นจึงสั่งพ่อบ้านให้นำสาวใช้นามหยุนซิงเย่ไปขายออกโดยไว ราคาเท่าใดไม่สน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้นางต้องมาอยู่ในเรือนราตรีวสันต์แห่งนี้   
ชะตาหงส์ตกอับ (1) 50%
ไม่มีตอนต่อไป