login

ฉันเป็นคน

1
 
ฉันเป็นคนสวย…
โฮะๆๆ ถามว่ามั่นใจมากเหรอถึงได้ออกตัวขนาดนี้ ก็นะ ฉันไม่ได้มโนอยู่หน้ากระจกเองคนเดียวหรอก แต่การันตีด้วยสายสะพายดาวโรงเรียนมาตลอดชั่วอายุขัยของรั้วมัธยมศึกษา ไปงานเลี้ยงญาติโกโหติกาก็โดนชมว่าร่ำๆ ว่าเป็นหน้าเป็นตาให้กับวงศ์ตระกูล ช่างทำผมเอย ช่างทำเล็บเอยก็ไม่ไซ้ต้องกล่าวขานอานามของฉันผู้นี้ ^O^
‘แอร์ พิมพ์พิศา’ แปลว่า งดงามดุจนางฟ้า โฮะๆๆ
นั่งไขว่ห้างจิบน้ำนางเอกไป อ่านสกู๊ปแฟชั่นในไอโฟนไป บอกเลยว่านี่คือความสมบูรณ์แบบของชีวิตประจำวันฉบับคนหน้าตาดี คิก~
“พี่ครับบบ!”
ส่วนเสียงนกเสียงกานั้น เป็นน้องชายท้องเดียวกันกับฉันเองแหละ หมอนั่นน่ะนะ ต่อให้ต้องกัดฟันพูดก็เถอะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าดีเอ็นเอของเราสองคน มันเกิดมาเพื่อความเป็นดาวโดยแท้ เพราะพอฉันสละมงเข้ามหา’ลัยไป หมอนั่นก็กลายเป็นราชาป๊อบปูล่าห์ประจำโรงเรียนมัธยมแทน สาวๆ คงจะตกหลุมพรางให้กับความหล่อและความสูงเข้าไปเต็มๆ เลยสินะ หารู้ไม่…นอกจากสองสิ่งเหล่านี้ ไอ้เด็กบ้านี่ก็ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง
‘พัดลม’ หรือ ‘แฟน’ น่ะ ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์จากสาวๆ ในโรงเรียนจะเป็นเอสของชมรมบาสฯ แต่สำหรับคนในบ้าน หมอนั่นก็เป็นเพียงแค่เด็กติดเกม ที่กำลังนั่งขัดสมาธิเล่นเกมเพลย์อยู่ตรงหน้า ในระยะที่สามารถเอาขาพาดไหล่ถึง
“ไอ้พี่แอร์ เอาเท้าออกไปจากหลังผมสักที แล้วก็เลิกสะกิดเล่นได้แล้ว มันน่ารำคาญ”
“เออน่า”
แถมยังปากไม่ดีอีกด้วย! อย่ากล่าวหาเหมือนฉันไร้มารยาทขนาดนั้นสิยะ ฉันก็แค่…หมั่นไส้
หมอนั่นปรายมองฉันทันที พร้อมกับส่งสายตาชุ้งชิ้งมาให้ ก่อนจะผละไปสังเกตการณ์เด็กผู้หญิงตัวเล็กผมยาวบนตักซึ่งกำลังนอนหลับปุ๋ยด้วยท่าทางทะนุถนอม ราวกับจะเช็กลมหายใจว่ายังสม่ำเสมอดีหรือไม่
บรรยากาศเปลี่ยนจากคนเมื่อกี้ อย่างกับเป็นคนละคนเลย
…ชิ เป็นแค่เด็กติดเกมปากไม่ดีแท้ๆ
“ถ้าเท้าพี่มันโดนแฟนผม ผมฆ่าพี่แน่”
ทำไมมันถึงหาแฟนน่ารักๆ ได้ล่ะว้า TOT!
ได้แต่เชิดหน้าสวยๆ หนีและข่มใจความรู้สึกปุดๆ ในใจเอาไว้ ไม่ว่าจะวันหยุด วันธรรมดา ไม่ว่าจะเทศกาลไหนๆ อีตาเด็กบ้ากับแฟนของมันก็หาเรื่องมาสวีทวี้ดวิ้วได้ทู้กกกวัน ให้ตายสิยะ ไม่เบื่อขี้หน้ากันบ้างเหรอ ส่วนฉันน่ะนะ เบื่อโพด วันแห่งการพักผ่อนก็อยากอยู่บ้านตัวเองอย่างสงบบ้างอะไรบ้างอ่ะนะ แต่ไฉนเอยเล่า ไอ้เจ้าน้องชายบ้าก็มาทำลายวันอันแสนมีค่าของฉันไปอีก
“รู้แล้วย่ะ”
พาดขาไว้กับพนักพิงแขนก็คูลได้เหอะ
แกร่กๆๆ
“หึๆ”
จนกระทั่งได้ยินเสียงกดจอยสติ๊กรัวๆ ดังขึ้นครึ้มๆ คลอๆ ไปพร้อมกับเสียงหัวเราะหึๆ ทุ้มๆ ของอีกฝ่ายเหมือนจู่ๆ ก็นึกสนุกขึ้นมา ทำให้ฉันจำเป็นต้องละสายตาไปจากหน้าจอไอโฟน และเลิกคิ้วให้กับไหล่สั่นเทิ้มนิดๆ นั่นอย่างไม่ไว้วางใจ
“ก็คิดอยู่ว่ามันอะไรกันนักกันหนา”
“?_?”
“ห้องของตัวเองก็มี แต่กลับมากวนผมกับแฟนในห้องของผม ที่แท้ก็…”
“นายอยากจะพูดอะไรกันแน่ยะ” ฉันรีบพูดขัดทันที ไอ้เด็กร้ายกาจนั่น มันพูดออกมาโดยไม่ละสายตาไปจากเกมด้วยซ้ำ แถมยังสามารถทีมคิลฝ่ายตรงข้ามได้โดยไม่ยากลำบากอะไร เห็นท่าทีใจเย็นแบบนี้แล้ว รู้สึกเหมือนกำลังโดนดูถูกนิดๆ แฮะ “เป็นเพราะนายเปิดแอร์อยู่ห้องเดียวเหอะย่ะ แล้วบ้านของเราก็กำลังอยู่ในโครงการเบอร์ห้าช่วยกันประหยัดไฟ ฉันก็แค่เข้ามานั่งแช่ ช่วยแชร์ความประหยัดมากขึ้น แค่เนี้ย”
หมอนั่นเงียบไปชั่วอึดใจ คงเถียงไม่ออกล่ะสิ มันมีเหตุผลใช่มั้ยล่ะ
“อ่า” เสียงทุ้มนั้นว่า วางจอยสติ๊กลงพร้อมกับหยุดเกมไว้
ใบหน้าคมจนเห็นสันกรามตามแบบฉบับเด็กผู้ชายวัยกำลังโต หันมามองโดยวางคางไว้จรดเหนือไหล่ตัวเอง หรี่ตาลง ยิ้มมุมปากนิดๆ
ดูหล่อเจ้าเล่ห์ บวกกับกวนประสาทสุดๆ จนนึกขยาดที่อีกฝ่ายดันมีดีเอ็นเอเดียวกับฉันขึ้นมาเลยเชียว เหมือนเห็นตัวเอง (เวอร์ชั่นชายหนุ่ม) กำลังทำหน้าตาน่าเกลียดใส่ แต่พออยากจะตั๊นหน้าก็ตัดใจทำร้ายไม่ลง อะไรแบบนั้น คราวนี้จะมามุกไหนฮะ
“ทำเป็นพูดนั่นพูดนี่…”
“??”
“อันที่จริง อิจฉาใช่ม้า”
“-_-*”
อุ้ก! ถึงกับพูดไม่ออกไปเลย มันจนด้วยคำพูด ฮะๆๆ ว่าไงนะ ความรักอย่างกับเด็กประถมรักกัน ฉันจะไปอิจฉาทำเพื่อ!?
ไม่ว่าเปล่า หมอนั่นยังตบตักอีกข้างที่แฟนตัวเองไม่ได้นอนหนุนปุๆ พร้อมกับอมยิ้มมุมปากอย่างน่ารังเกียจให้อีก
“ข้างนี้ยังว่างนะเจ๊”
กรี๊ดดด ไอ้น้องบ้า ไอ้เด็กนิสัยไม่ดี พูดแบบนี้ ทำแบบนี้ มันดูถูกโพด คนอย่างแอร์ พิมพ์พิศาน่ะนะ ต่อให้ท่านยมกำหนดให้ตายในวันพรุ่งนี้ ความโสดจนเฉาตายก็ไม่ใช่สาเหตุการตายอย่างแน่นอน ในเมื่อแค่กระดิกนิ้วยิกๆ หนุ่มๆ ก็ต้องยอมมาสยบและกราบอ้อนวอนขอเป็นแฟนแล้วย่ะ แต่ฉันน่ะ ไม่อยากได้เองงง เพราะสาวสวยเพอร์เฟ็กต์น่ะ มันต้องคู่ควรกับผู้ชายเพอร์เฟ็กต์เหมือนกันน่ะสิ และผู้ชายที่ว่านั่น กว่าจะเกิดมาที กว่าจะหาเจอที มันก็ต้องใช้เวลาหน่อยป่ะล่ะ
“ฉันแค่กำลังตามหาคนที่ใช่อยู่เฟ้ย แล้วก็เหงานิสหน่อยเท่านั้นเอง ไม่ได้อิจฉาโว้ยยย”
“อ้อหรา~”
“เอออ”
“แล้วพี่จะไปไหนอ่ะ”
“ไปเซเว่นตากแอร์”
“ฝากซื้อ…^O^”
ปัง!
ไอ้เด็กทุเรศเอ๊ย ทำแสบไว้ขนาดนี้อย่าหวังจะได้อะไรนอกจากน้ำยาบ้วนปากเป็นของฝากเลย อุตส่าห์มั่นใจในวิถีชีวิตของตัวเองว่าต่อให้ต้องอยู่แบบมั่นหน้ามั่นโหนกและเช็กเรตติ้งไปวันๆ ก็ไม่เป็นไรแท้ๆ แต่ฉันคนนี้กำลังอยากคบใครสักคนอย่างจริงๆ จังๆ ขึ้นมางั้นเหรอ กับอีแค่เห็นน้องชายไม่เอาอ่าวคนหนึ่งขายออก บวกกับพูดยั่วนิดๆ หน่อยๆ ก็ถูกปั่นหัวไปไกลได้ขนาดนี้ซะแล้ว ให้ตายสิ นี่มันไม่ใช่ฉันเลย
ฉันไม่ใช่คนอ่อนไหวง่ายแบบนี้สักหน่อย เป็นช่วงไข่ตกหรือไงนะ -O-;
ฉันเป็นคน
3
ซีเนียร์ฟ