4
0
0
พิศวาสทาสทราย

ความรัก ความแค้นที่รอชำระ ณ แดนทราย งานวิวาห์ล่มสลายไร้เจ้าสาว อาญาที่ลงทัณฑ์กลับเป็นการทรมานที่แสนหวาน แม้อยากครอบครอง แต่ไม่อาจแตะต้อง...

4

อ่าน

1

ตอน

0

ความคิดเห็น
แชร์เรื่องนี้
บทนำ
รีวิวและเรทติ้ง
นิยายเรื่องนี้เคยตีพิมพ์์ในนามปากกา ทิตภากร ปัจจุบันเนื้อเรื่องได้รับการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงเพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่อง

พิศวาสทาสทราย
บทนำ...
ประเทศไทย...
แม้จักรพงษ์จะยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางผู้คนภายในโบสถ์คริสตจักร แต่สีหน้าแววตาก็แลกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด บ่อยครั้งที่เขาชำเลืองมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ จนกระทั่งเห็นร่างระหงก้าวผ่านประตูโบสถ์และเดินมาตามพรมที่ทอดยาว รอยยิ้มเปิดเผยก็ปรากฏบนริมฝีปาก ทราบดีว่าการรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว
นัฐชา...เจ้าสาวแสนสวยของเขา
เวลานี้ใบหน้างดงามของหล่อนปกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าผืนบาง แต่ความบางเบาของเนื้อผ้าไม่อาจซ่อนเร้นดวงตากลมโตที่ทอประกายแห่งความสุข ตลอดจนรอยยิ้มที่แย้มออกอย่างยินดี ทันทีที่หล่อนก้าวมายืนเคียงข้างเขา บาทหลวงซึ่งเป็นตัวแทนพระผู้เป็นเจ้าก็เริ่มพิธีอันศักดิ์สิทธิ์
“ลูกจะยอมรับผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาหรือไม่?”
“ผมยินดีรับเธอเป็นภรรยาครับ” เสียงของจักรพงษ์หนักแน่นเป็นกังวาน ขณะรั้งมือเรียวมากุมไว้ สายตาสื่อความนัยถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อเจ้าสาว ราวกับจะบอกว่าต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ก็ไม่มีอะไรจะมาพรากหล่อนไปจากเขาได้
“แล้วลูกล่ะ จะยอมรับชายคนนี้เป็นสามีหรือไม่?”
นัฐชายิ้มเอียงอาย นัยน์ตาที่สบประสานกับเจ้าบ่าวบ่งบอกว่าปลาบปลื้มยินดีนัก ทว่า...หล่อนยังไม่ทันตอบรับหรือปฏิเสธ เสียงหนึ่งก็แผดก้องขึ้นเสียก่อน
“ผมขอคัดค้านการแต่งงานนี้...!!”
สิ้นคำพูดนั้น ทุกคนภายในงานต่างหันมองบุรุษหน้าตาคมคายในชุดสูทประณีตที่ก้าวเข้ามายืนจังก้ากลางโบสถ์พร้อมกับผู้ติดตามนับสิบ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขรม งุนงงกับเหตุการณ์ดังกล่าว ถึงกระนั้นหนึ่งในผู้ที่มาร่วมงานก็ไม่พอใจในการกระทำนั้น อดรนทนไม่ได้ต้องลุกขึ้นชี้หน้าผู้บุกรุก
“พวกคุณเป็นใคร ถ้าคิดจะมาป่วนงานแต่งงานเพื่อนผมละก็ ได้เจอดีแน่!”
“หลีกไป...ไม่ใช่เรื่องของคุณ!” บุรุษหน้าตาคมคายคำรามกร้าว
ผู้ติดตามที่ยืนเบื้องหลังก็เข้าล็อกตัวชายที่กล่าววาจาข่มขู่แล้วพาออกไปนอกโบสถ์ เปิดทางให้คนเป็นนายก้าวผ่านไปยืนบนแท่นประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์
“ผู้หญิงคนนี้เป็นของผม ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์!” คำกล่าวอ้างประกาศก้อง ขณะมือแข็งราวคีมเหล็กกระชากแขนเจ้าสาวแล้วรั้งตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน
ท่ามกลางความสับสนงุนงงที่ทุกคนต่างตกตะลึง จักรพงษ์ผู้เป็นเจ้าบ่าวยืนอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นชายที่กล่าวอ้างสิทธิ์ตวัดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้นแล้วบดจูบริมฝีปากนุ่มเสมือนหนึ่งจะยืนยันคำพูดนั้น
ภาพที่เห็นตรงหน้าเรียกเสียงซุบซิบนินทาดังอื้ออึงไปทั้งโบสถ์ ถ้อยคำที่หลุดจากปากแต่ละคนหาได้สร้างสรรค์ แต่บั่นทอนจิตใจ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความเคลือบแคลงจะคืบคลานเข้าเกาะกินใจเจ้าบ่าวอย่างจักรพงษ์
“นี่มันเรื่องอะไรกันนัฐ บอกผมมา...ผู้ชายคนนี้เป็นใคร!?”
“จักร...จักรฟังนัฐก่อนนะ นัฐไม่รู้จริงๆ ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าเขาทำอย่างนี้ทำไม” นัฐชาละล่ำละลักลนลาน พลางผลักไสคนจาบจ้วงที่จู่โจมเอาดื้อๆ ทั้งที่อยากตบหน้าหมอนั่นสักฉาดโทษฐานที่ล่วงเกินหล่อน แต่เวลานี้จำเป็นต้องเรียกความเชื่อมั่นจากคนรักกลับคืนมาเสียก่อน หล่อนก็รีบถลาเข้าไปเกาะแขนเจ้าบ่าว
“เชื่อนัฐนะคะจักร...เชื่อนัฐนะ!”
“ไม่เอาน่านัฐชา อย่าบอกนะว่าคุณลืมคืนวันที่เร่าร้อนของเราไปแล้ว” ชายที่กล่าวอ้างสิทธิ์ไม่วายส่งคำยั่วยุให้เจ้าสาวตวัดสายตามองเขาตาขวาง
“นี่อย่ามาพูดพล่อยๆ นะ ฉันไม่รู้จักคุณเสียด้วยซ้ำ แล้วฉันจะไปทำเรื่องบ้าๆ อย่างนั้นได้ยังไง” นัฐชาแหวเสียงเขียว เวลานี้จะคิดเป็นอื่นได้อย่างไร นอกเสียจากผู้ชายปากเสียคนนี้กับสมัครพรรคพวกจงใจมาป่วนงานวิวาห์ของหล่อน
“ไม่ว่าคุณจะปฏิเสธยังไงก็หนีความจริงไม่พ้นหรอก”
“ความจริงบ้าบออะไร ถ้ายังไม่หยุดพูดเรื่องไร้สาระละก็ ได้เห็นดีกันแน่!” นัฐชารั้งชายกระโปรงชุดเจ้าสาวขึ้น ใบหน้าที่ตกแต่งอย่างประณีตแลถมึงทึง นี่ถ้าหล่อนแปลงร่างเป็นยักษ์ขมูขีได้คงทำไปแล้ว จะได้หักแขนหักขาผู้ชายปากสามหาวคนนี้แล้วจับกินไม่ให้เหลือกระดูกเลยสักชิ้น!
ทว่า...โทสะที่พลุ่งพล่านนั้นทำให้ขาดสติ ทันทีที่เข้าถึงตัวผู้ชายคนนั้น นัฐชาก็พลาดท่าเสียที เวลานี้แทนที่จะได้ประทุษร้ายดั่งใจหมาย หล่อนกลับเป็นฝ่ายถูกพันธนาการด้วยอ้อมแขนแกร่งเสียเอง
“นี่ปล่อยฉันนะ...ปล่อยสิ!”
“หุบปาก...!!” แม้เสียงคำรามลอดผ่านไรฟันจะแผ่วเบาพอให้ได้ยินแค่สองคน แต่กระแสน้ำเสียงดุดันก็มีพลังที่จะหยุดยั้งการต่อต้านขัดขืนในบัดดล
ทันทีที่นัฐชาช้อนตาขึ้นมอง ก็พบว่าเจ้าของเสียงกระด้างพยักพเยิดหน้าไปทางปากประตูโบสถ์ วินาทีที่หล่อนหันหน้ามองแล้วเห็นบิดามารดายืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นสมัครพรรคพวกเขา ใบหน้างามก็ถอดสี ใจหายวาบขึ้นมาทันที
ความหวาดกลัวที่แล่นมาจับขั้วหัวใจในนาทีนั้นทำให้ร่างกายหนาวสะท้านไปหมด หวั่นวิตก หล่อนก็รีบดึงสายตากลับมาวิงวอนเขา เพียงเพื่อจะพบรอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากได้รูปของผู้กำชัยชนะ
“คุณทำอย่างนี้ทำไม ต้องการอะไร?” นัฐชากลั้นใจถามไม่ต่างจากเสียงกระซิบ
“ตัวคุณ!”