login

ตอนที่ 1

อินทะโลดักฉัน
 
“สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งทุกวันพฤหัส เวลาสองทุ่มเป๊ะๆ ไม่ขาดไม่เกิน หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ตอบแฟนเพจเลย ต้องขอโทษจริงๆ ครับ พอดีว่าผมติดภารกิจเรื่องเรียนนิดหน่อย แต่ตอนนี้ก็เคลียร์ตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
สัด กล้องเบี้ยว ไอ้ห่ากล้องเบี้ยว เพิ่งสังเกต แต่ด้วยความที่ขี้เกียจลุกออกจากเตียงเดินไปปรับให้เสียเวลา เลยจำต้องถ่ายมันทั้งอย่างนี้นี่แหละ
“มาเริ่มกันเลยดีกว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนน้องที่คณะหรือแม้แต่เพื่อนๆ เองก็ตามบิลด์ให้ผมไปดูหนังเรื่องหนึ่ง”
ผมหยุดชะงักไปชั่วครู่ สร้างบรรยากาศให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นอยู่นิดหน่อย ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก...
“ใช่แล้วครับ หนังเรื่องนั้นก็คือ... ‘The girl that never stopped laughing 2’ หรือชื่อไทยที่ทุกคนคุ้นหูกันดีอย่าง ‘เด็กหญิงผู้ฮาดั้น’ ภาคสองครับ”
รัวมือสิไอ้สัด! เดี๋ยวคลิปกร่อย
แต่ก็เหมือนว่าหน้าม้าที่อุตส่าห์ไปกอดเข่าขอร้องให้มาช่วยจะหายไปจากสารบบหรือไม่ก็ตายห่าไปก่อนแล้ว ผมเลยต้องรีบขึ้นประเด็นใหม่อย่างเร็วรี่
“ตอนแรกเรื่องนี้มันไม่ได้ดึงดูดผมเลยนะ แถมเขาบอกว่าเรื่องราวไม่ได้เกี่ยวกับภาคแรกด้วย แล้วมึงจะทำภาคต่อทำเชี่ยอะไร แต่พอไปดูเท่านั้นแหละ รู้เรื่อง! หนังเล่าเรื่องราวของเด็กหญิงไฮสกูลปีสุดท้ายคนหนึ่งที่ชื่อเอมี่ ซึ่งเธอมีอาการป่วยติดตัวมาตั้งแต่เด็ก พอหัวเราะจะหยุดไม่ได้ครับ จริงๆ จะเรียกว่าโรคกรามค้างก็คงไม่ผิด แต่ผมจะไม่สปอยล์ต่อว่ามันเป็นยังไง ทุกคนต้องไปโดนกันเอง ทีนี้มาพูดถึงบท ภาพ และเพลงประกอบกันก่อน...”
หลังจากนั้นกระบวนการร่ายยาวก็เริ่มต้นขึ้นผ่านการเล่าเรื่องของผม
งงกันล่ะสิว่าผมเป็นใคร ถ้าไม่รู้ก็จะย้ำให้ฟังชัดๆ อีกครั้ง ผมชื่อ ‘เติร์ด’ เป็นยูทูบเบอร์มือสมัครเล่น แต่จะบอกว่ามือสมัครเล่นก็คงไม่ถูกซะทีเดียวเพราะผมได้สร้างแอ็กเคาต์นี้มาเกือบปีแล้ว และถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะมียอดสับตะไคร้อยู่ที่สามหมื่นกว่าคน ส่วนแฟนเพจที่บอกไปก่อนหน้ามียอดไลค์ปัจจุบันอยู่ที่สามหมื่นสี่พันคนถ้วน
รู้สึกเป็นไอดอลเว่อร์
หลังจากอัดคลิปพูดคุยเรื่องหนังกันไปแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการตัดต่อ ใส่เสียง ใส่เพลง และอัพโหลดลงยูทูบให้ทุกคนได้ดูกันเสร็จสรรพ นี่ถือเป็นงานอดิเรกของผม และบุคคลสำคัญที่มักมีส่วนช่วยในงานอดิเรกเสมอก็คือเพื่อนรักคนนี้...
“มึง คลิปก่อนมีคนดูกูเยอะมากกกกก” ถ้าถามว่ามันช่วยอะไรผม ก็ทุกอย่างนั่นแหละครับ แต่หลักๆ เห็นจะเป็นการนั่งฟังคนอย่างกูพล่ามเป็นน้ำไหลไฟดับเหมือนวันนี้
“สามร้อยวิว”
“ฮะ”
“สามร้อยวิว กูเพิ่งเปิดเข้าไปดูเมื่อสิบห้านาทีก่อน
“ยูทูบมึงมีปัญหาแน่นอน ลองดูใหม่นะ”
“ชื่อชาแนลมึงเลย รีวิวหนังเด็กหญิงผู้ฮาดั้น คนดูปัจจุบันสามร้อยสิบสี่วิว นี่คือเยอะของมึง?”
ห่า กูนึกว่ายังไม่กดเข้าไปดู
“ถ้าอยากให้คนดูหลักหมื่นวันหลังมึงก็มาช่วยกูรีวิวสิวะ เห็นมีมึงในคลิปทีไรยอดคนดูพุ่งพรวดๆ ตลอด” คำพูดนี้มักเป็นจริงเสมอ
เราทั้งคู่เรียนนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ ใครๆ ต่างก็เรียกเราว่าเด็กฟิล์ม ตอนนี้ผมอยู่ปีสามแล้ว ทั้งเรียนและทำกิจกรรมจนแทบไม่มีเวลาว่าง แต่แปลก...มีสิ่งหนึ่งที่ผมกับเพื่อนสนิทอย่างมันมักทำด้วยกันแบบไม่ขาดตกบกพร่อง นั่นคือการตีตั๋วเข้าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ นั่งดูจนกว่าหน้าจอที่ปรากฏเอนด์เครดิตจะเปลี่ยนเป็นสีดำเราถึงจะเดินออกจากโรง พร้อมกับคำวิจารณ์และการแลกเปลี่ยนทัศนคติอย่างออกรสออกชาติ
จากการทำอะไรแบบนี้ ทำให้ผมต้องเจียดเวลามาทำช่องยูทูบเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนดู ผมแค่อยากรู้ว่าชาวบ้านเขาจะคิดเหมือนกันมั้ยหลังจากดูหนังเรื่องนั้นจบ เหมือนทุกอย่างจะเป็นไปได้สวยใช่มั้ยครับ เออ...แต่บางครั้งก็เหมือนจะไปได้แบบง่อยๆ ซะมากกว่า
วิดีโอของผมมักมีคนสนใจเข้ามาดูไม่มาก แต่ที่มากเป็นปกติเห็นจะเป็นวิดีโอที่มีเพื่อนของผมเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ถ้าเรื่องไหนมีมันมานั่งข้างๆ รีวิวหนังด้วยกัน ฟันธงไว้เลยว่ายอดวิวหลักหมื่นขึ้นแน่นอน
“ช่องมึง มึงก็รีวิวเองสิสัด”
“ก็ถ้ามีมึงมันก็ดังกว่ามั้ยล่ะ”
“อย่ามาเกาะกระแสกูดังครับคุณเติร์ด กูไม่ใช่คนหล่อใจดีสำหรับมึง” ผมถูกมือหนาผลักหัวแรงๆ ไปที ก่อนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดจะเดินจ้ำอ้าวไปยังทางเดินเชื่อมตึก เร่งให้ผมต้องรีบสับเท้าตามอีกฝ่ายไปไม่ห่าง
“แล้วมึงหล่อสำหรับใครไม่ทราบ”
“หล่อสำหรับแฟนกูดิ”
จึก! เหมือนโดนมีดปักลงตรงกลางใจ ความรู้สึกที่ว่าเจ็บจนพูดไม่ออกมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
“แล้ววันนี้ว่างป่ะ จะชวนไปดูหนัง” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ไม่ว่ะ พอดีกูนัดกับแจมไว้ว่าจะพาไปกินข้าว ยังไงถ้ามึงอยากดูเรื่องไหนก็ดูไปก่อนได้เลย” เคว้ง...คงเป็นประโยคเดียวที่อธิบายความรู้สึกตอนนี้ได้
สำหรับผม...คำว่าเพื่อนสนิทมันก็แค่สถานะที่เราสร้างเอาไว้เพื่อปกปิดความรู้สึกอะไรบางอย่างของตัวเองเท่านั้นแหละ ความจริงกูเกลียดคำนี้จะตาย ถ้ามันหายไปจากโลกนี้ได้ก็คงดี เพราะผม...กำลังแอบชอบเพื่อนสนิทข้างเดียวอยู่
ซึ่งบุคคลคนนี้ก็ใช่ว่าจะเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปเสียเมื่อไหร่ ไอ้นี่มันมีสิ่งที่เหนือกว่าชาวบ้านเขาอีกเยอะ และผมก็รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมันไปซะหมด
เพื่อนสนิทของผมคนนี้ชื่อ ‘ค่าย’ ชื่อจริงคือนายขุนพล กริชภิรมย์ เกิดวันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. เกิดขอไม่บอก แต่ พ.ศ. ตายคือปีนี้แน่นอนเพราะกูจะฆ่ามัน
ไอ้ค่ายเป็นคนกวนตีน มีพฤติกรรมแปลกประหลาดบางอย่าง เช่น ชอบกินข้าวกลางวันเวลาเที่ยงตรง เพราะกระเพาะของมันเป็นอวัยวะที่เที่ยงตรงที่สุดในโลก
“เฮีย! เหมือนเดิม”
“รอก่อนอาค่าย วันนี้ลูกค้าเยอะ”
“ท้องผมร้องหนักมาก นี่เที่ยงแล้วเฮีย”
“งั้นวันนี้ลื้อก็ต้องไปแดกร้านอื่น ขี้เกียจลัดคิว”
“เฮียมีอะไรเหลือบ้าง แบบที่ตักกินได้เลยโดยไม่ต้องทำให้เสียเวลาอ่ะ”
“เฮ่อออออ~”
“มีใช่มั้ยเฮีย”
“อากิมฮวย ลื้อไปเอาข้าวเปล่าคลุกน้ำปลาให้อาค่ายที”
“อีกแล้วเหรอ เดือนนี้เฮียค่ายกินน้ำปลาหมดไปสองขวดแล้วนะเตี่ย”
และทุกครั้งที่ผมเห็นมันกินข้าวคลุกน้ำปลา เจ้าตัวก็ไม่เคยบ่นให้ได้ยินสักครั้งว่าไม่อร่อย มีแต่บอกว่าโชคดีที่ยังกินทันเวลาซะอย่างนั้น ผมกลัวจริงๆ กลัวว่ามันจะตายห่าด้วยโรคไตมากกว่าแก่ตายไปพร้อมกัน
 
ไอ้ค่ายเป็นหนุ่มฮอต ถึงแม้ไม่ได้มีตำแหน่งใดการันตี แต่ด้วยความเจ้าชู้ประตูดินบวกกับหน้าตาที่เข้าขั้นอปป้าของสาวๆ ก็ทำให้มันมีแฟนมาแล้วเกือบทุกคณะ
“มึง ถามจริง ตั้งแต่คบกันมาเนี่ย มึงได้นับมั้ยว่าเคยมีแฟนมาแล้วกี่คน”
“ไม่ว่ะ เยอะเกิน”
“สักนิดก็จำไม่ได้เหรอ”
“แล้วมึงมาเสือกเรื่องเมียกูทำไมเนี่ยไอ้เติร์ด”
“เอ้า เพื่อนสนิทไม่มีสิทธิ์รู้เลยหรือไง”
“กูจำไม่ได้”
“เอางี้ ถ้ากูพูดชื่อคณะอะไรมา มึงพอจะบอกกูได้มั้ยว่าเคยมีแฟนอยู่คณะนี้หรือเปล่า” เพราะกับบางคน บางช่วงเวลา ผมก็ไม่รู้ไงว่ามันซุกกิ๊กเอาไว้อีกหรือเปล่า ที่ควงออกหน้าออกตาว่าเยอะแล้ว แต่ที่ไม่บอกนี่คงมีอีกเป็นขบวน
“ว่ามาสิ”
“บริหารฯ”
“สามคนอ่ะ ชอบสุดคือน้อยหน่า” ฉาก ‘เจี๊ยบ ตัดยางเราทำไม’ ผุดขึ้นมาในหัวทันที
“สถาปัตยฯ”
“เด็กเออาร์ ติสต์ดีแต่ขี้อ่อย ไม่ชอบ”
“ศึกษาฯ”
“ดาวคณะที่ชื่อปอยไง”
“เกษตรฯ ล่ะเกษตรฯ” เท่าที่รู้จักกับมันมา ผมไม่เคยเห็นมันควงสาวคณะนี้เลย
“นางงามคันไถปีก่อนอ่ะ”
จึก! ขนาดนางงามคันไถมึงยังฟาดเขามาแล้วเลยเหรอ
“สายสุขภาพล่ะ แพทยฯ ทันตฯ เภสัชฯ สหเวชฯ พยาบาลฯ”
“น่าจะครบแล้วนะ”
“นิติฯ สังคมฯ วิศวฯ วิทยาฯ”
“อืม”
“อืมคือส้นตีนไรวะ”
“เคยคบหมดแล้ว”
“ไอ้ค่าย นี่มึงล่าแต้มเหรอไอ้สัด”
“แต่มีคณะเดียวและเมเจอร์เดียวที่กูไม่คบนะ”
“อะไร” ผมถามอย่างตื่นเต้น เพราะนี่อาจเป็นความหวังที่ทำให้ผมได้รู้ว่าจริงๆ แล้วมันก็เป็นคนเลือกคบคนเหมือนกัน...
“เด็กฟิล์ม กูถือคติไม่แดกเพื่อนร่วมเมเจอร์ว่ะ เข้าใจกูใช่มั้ย”
อีกฝ่ายตบบ่าผมปุๆ พร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์เหมือนอย่างเคย จะให้กูเข้าใจอะไร เข้าใจว่าถึงแม้จะแอบชอบเพื่อนสนิทแค่ไหนแต่ก็ไม่มีวันได้ลงเอยอยู่วันยังค่ำน่ะเหรอ เจ็บสัด แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยักหน้าเข้าใจทั้ง...น้ำตา

รายชื่อตอน

  • ตอนที่ 76

    3
  • ตอนที่ 75

    3
  • ตอนที่ 74

    3
  • ตอนที่ 73

    3
  • ตอนที่ 72

    3
  • ตอนที่ 71

    3
  • ตอนที่ 70

    3
  • ตอนที่ 69

    3
  • ตอนที่ 68

    3
  • ตอนที่ 67

    3
  • ตอนที่ 66

    3
  • ตอนที่ 65

    3
  • ตอนที่ 64

    3
  • ตอนที่ 63

    3
  • ตอนที่ 62

    3
  • ตอนที่ 61

    3
  • ตอนที่ 60

    3
  • ตอนที่ 59

    3
  • ตอนที่ 58

    3
  • ตอนที่ 57

    3
  • ตอนที่ 56

    3
  • ตอนที่ 55

    3
  • ตอนที่ 54

    3
  • ตอนที่ 53

    3
  • ตอนที่ 52

    3
  • ตอนที่ 51

    3
  • ตอนที่ 50

    3
  • ตอนที่ 49

    3
  • ตอนที่ 48

    3
  • ตอนที่ 47

    3
  • ตอนที่ 46

    3
  • ตอนที่ 45

    3
  • ตอนที่ 44

    3
  • ตอนที่ 43

    3
  • ตอนที่ 42

    3
  • ตอนที่ 41

    3
  • ตอนที่ 40

    3
  • ตอนที่ 39

    3
  • ตอนที่ 38

    3
  • ตอนที่ 37

    3
  • ตอนที่ 36

    3
  • ตอนที่ 35

    3
  • ตอนที่ 34

    3
  • ตอนที่ 33

    3
  • ตอนที่ 32

    3
  • ตอนที่ 31

    3
  • ตอนที่ 30

    3
  • ตอนที่ 29

    3
  • ตอนที่ 28

    3
  • ตอนที่ 27

    3
  • ตอนที่ 26

    3
  • ตอนที่ 25

    3
  • ตอนที่ 24

    3
  • ตอนที่ 23

    3
  • ตอนที่ 22

    3
  • ตอนที่ 21

    3
  • ตอนที่ 20

    3
  • ตอนที่ 19

    3
  • ตอนที่ 18

    3
  • ตอนที่ 17

    3
  • ตอนที่ 16

    3
  • ตอนที่ 15

    3
  • ตอนที่ 14

    3
  • ตอนที่ 13

    3
  • ตอนที่ 12

    3
  • ตอนที่ 11

    3
  • ตอนที่ 10

    3
  • ตอนที่ 9

    3
  • ตอนที่ 8

    3
  • ตอนที่ 7

    3
  • ตอนที่ 6

    3
  • ตอนที่ 5

    3
  • ตอนที่ 4

    3
  • ตอนที่ 3

    3
  • ตอนที่ 2

    3
  • ตอนที่ 1

  • ตอนที่ 1
    3
    ตอนที่ 2