9
0
0
THX (Yuri)

เมื่อจบถ้อยคำหวานที่เอ่ยไป ไม่ว่าหลังจากนี้ความสัมพันธ์ของเราจะดีขึ้นหรือจะแย่ลง ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตนะ

9

อ่าน

1

ตอน

0

ความคิดเห็น
แชร์เรื่องนี้
บทนำ
รีวิวและเรทติ้ง


Episode 0
“ครูอยากให้เธอไปไกลได้มากกว่านี้ ยิ่งเธอได้ไปแข่งหลายๆ รายการก็ยิ่งมีผลงานไว้ใส่ในแฟ้มสะสมผลงาน มันก็จะส่งผลดีกับตัวเธอ”
 
ผู้ชายร่างสูง ผิวสีแทนและมีกล้ามแน่นๆ ที่แม้แต่เสื้อเชิ้ตตัวหนาก็ไม่อาจปกปิดไว้ได้ เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยเสนอแนวคิดต่างๆ เพื่อโน้มน้าวให้เข้ามาเป็นนักกีฬาบาสฯ ของวิทยาลัยให้ได้ ไม่ใช่เพราะว่าเก่งจนผู้ชายคนนี้ที่มียศศักดิ์เป็นคุณครูที่รวบด้วยตำแหน่งโค้ชต้องเดินมาพูดคุยด้วยหรอก แต่เป็นเพราะนักกีฬาบาสฯ หญิงในรุ่นก่อนได้จบการศึกษาไปหลายคน ทำให้ชมรมบาสฯ หญิงของวิทยาลัยมีจำนวนคนไม่พอที่จะเข้าแข่งขันในรายการต่างๆ ทำให้คุณครูหรือโค้ชอย่างเขาต้องรีบหาเด็กๆ มาเข้าชมรมนี้ให้ได้ก่อนที่จะถึงวันแข่งขันกีฬาในรายการหนึ่ง
 
ยิ่งพูด ยิ่งให้เหตุผล ก็ยิ่งทำให้จิตใจเขวไปทางอยากจะเข้าเป็นนักกีฬาบาสฯ ของวิทยาลัยเข้าไปทุกที แม้จะแอบท่องอยู่ในใจเงียบๆ เพื่อเตือนสติตัวเองแล้วว่าอย่าเป็นนักกีฬาของวิทยาลัยเลย ไม่อย่างนั้นคงได้แต่สนใจกีฬาจนไม่สนใจเรื่องการเรียนเหมือนตอนมัธยมต้นแน่ๆ
 
แต่สุดท้ายหวยก็ดันออกให้ทำตามใจตัวเอง สิ่งหนึ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การเล่นบาสฯ หรือโชว์พราวตัวเองในขณะซ้อมหรอก แต่เป็นการปรับตัวเข้าหาคนอื่นซะมากกว่า ฉันไม่ใช่พวกหยิ่งยโสหรือเป็นคนเงียบๆ อะไรมากนักหรอก แต่เป็นเพราะเข้าหาคนอื่นไม่เป็นซะมากกว่า
 
รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เดินมาหากลุ่มผู้หญิงที่กำลังต่อแถวกันฝึก Lay up ซะแล้ว เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองพื้นสนามบาสฯ อย่างเดียว ความมั่นใจเป็นศูนย์ ความกล้าที่จะทักทายคนอื่นๆ ก็เป็นศูนย์เช่นกัน
 
แต่เราก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ยที่อุตส่าห์เงียบจนซ้อมมาได้เกือบครึ่งชั่วโมง
 
“เก็บลูกบาสฯ แล้วจับกลุ่ม กลุ่มละสามคนนะครับ”
 
 ใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น กวาดสายตามองกลุ่มผู้หญิงที่กำลังพูดคุยเรื่องการจับกลุ่มกันอยู่ แต่ถ้าหันไปอีกฝั่งก็จะเป็นกลุ่มผู้ชาย ยกนิ้วชี้ขึ้นมานับจำนวนคนของกลุ่มผู้ชายแล้วก็ไม่มีตัวเศษเลย แต่พอมานับจำนวนคนของฝั่งกลุ่มผู้หญิง ก็ไม่มีตัวเศษเช่นกัน
 
แต่ถ้านับฉันด้วย...
 
เยี่ยมเลย ฉันเป็นเศษ
 
แต่ละกลุ่มต่อแถวกันอย่างตื่นเต้นที่จะได้ทำเล่นตามแผนเทคนิคบางอย่างที่โค้ชกำลังสอน ฉันนั่งบนสแตนด์เชียร์พลางมองกลุ่มผู้ชายกลุ่มแรกทำตามที่โค้ชบอก มันเป็นแผนการบุกเข้าทำคะแนนที่ยอดเยี่ยมมาก ฉันไม่อาจละสายตามองไปทางอื่นได้เลย
 
“คนนี้ยังไม่มีกลุ่มนี่”
 
แต่แล้วก็มีเสียงใสของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมา ถึงจะไม่ได้เอ่ยชื่อฉัน แต่ฉันก็พอรู้ว่าเขากำลังหมายถึงใครอยู่ ตามปกติของคนเข้าหาคนอื่นก่อนไม่เป็นอย่างฉัน เลยหันไปมองตามเสียงใสที่พูด แต่ทว่าขอเลือกมองที่เสื้อของเขาแทนละกัน
ไม่กล้าแม้แต่มองหน้า เพราะกลัวจะบังเอิญสบตากับเขาเข้า
 
“เธอๆ”
 
ใกล้ถึงกลุ่มเธอแล้วนี่ ไม่ไปเข้าแถวหรือไงกัน ทำไมต้องเดินเข้ามาหาฉันด้วยนะ
 
“เดี๋ยวผลัดกันสลับคนในกลุ่มเราก็ได้เนาะ”
 
“ค่ะ”
 
พยักหน้าตอบรับ แล้วยอมมองหน้าเขา เพียงแค่ห้าวินาทีที่ได้จดจำใบหน้าเขาก็พอทำให้ฉันรู้ได้แล้วว่าเป็นรุ่นน้องปวช.1 พอเห็นน้องเขาวิ่งกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเอง ทำให้ฉันรู้อีกอย่างหนึ่งว่าน้องเขาเลี้ยงบาสฯ ไม่ค่อยได้เลย
 
กำลังจะเปลี่ยนความสนใจไปมองอย่างอื่นแทน แต่ทว่าน้องคนนั้นก็จัดหน้าม้าของตัวเองพร้อมกับวิ่งเข้ามาหาฉันด้วยความรวดเร็ว เสียงหายใจหอบถี่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งรอบสนาม หยาดเหงื่อที่ไหลออกมาจากหน้าผาก รวมไปถึงหน้าม้าของน้องเขาที่แตกออกมาไม่เป็นทรง ดวงตากลมโต จมูกเล็กๆ ไหนจะริมฝีปากที่ถูกแต่งเติมด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนๆ อีก ฉันพยายามท่องไว้ในใจว่าอย่าสนใจอะไรเลย แต่จิตใต้สำนึกก็ตะโกนก้องออกมาว่า ‘รู้สึกเอ็นดูของน้องเขามากๆ’
 
“เธอชื่ออะไรเหรอ?”
 
น้องเขาถาม...
 
“เอ่อ...”
 
รู้สึกดีแปลกๆ ...
 
“แอมป์... พี่ชื่อแอมป์ค่ะ”
 
ใบหน้าน่ารักที่อยู่ตรงหน้า กำลังเลิกคิ้วด้วยความสงสัยในสรรพนามที่ฉันใช้แทนตัวเอง ฉันแสร้งทำเป็นหน้านิ่งไม่ได้อีกต่อไป เลยเผยยิ้มบางให้น้องเขาปนเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ
 
“พี่อยู่ปีสามแล้วค่ะ”
 
“จริง?” อ้าปากกว้างคล้ายกับตกใจ ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงเพื่อยืนยัน “นึกว่ารุ่นเดียวกันซะอีก ขอโทษนะคะพี่แอมป์”
 
“ไม่เป็นไรค่ะ”
 
“…”
 
“…”
 
อยากจะถามอยู่หรอกว่าน้องเขาชื่ออะไร แต่ดันติดนิสัยคนปากแข็งด้วยน่ะสิ
 
“หนูชื่อมิ้นต์นะคะ”
 
“ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะน้องมิ้นต์”
 
“ถึงตาพวกเราแล้วค่ะ”
 
“ด-เดี๋ยวๆ”
 
แล้วก็โดนลากแขนไปประจำตำแหน่งอย่างงงๆ เพราะเอาแต่คุยกับน้องมิ้นต์เลยลืมดูแผนการเล่นที่โค้ชสอนน่ะสิ
 
แต่คนเราผิดพลาดกันได้ ลองเล่นผิดๆ ถูกๆ ไปก่อนละกัน
 
ทุกท่วงท่าที่วิ่งไปมาในสนามบาสฯ สายตาฉับพลันมองไปที่น้องมิ้นต์ที่ยังคงยิ้มกับการซ้อมบาสฯ ทุกวินาที คนอะไร... เหนื่อยก็ยังยิ้มได้ มิหนำซ้ำตอนที่วิ่งสวนทางกันตามแผนที่โค้ชสอน จังหวะการวิ่งที่เหมือนจะกะระยะความห่างการวิ่งสวนกันจะผิดพลาดไปเล็กน้อย ทำให้เกือบวิ่งชนกันซะแล้ว แต่ตอนวิ่งสวนทางกันก็แอบได้กลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากปลายผมที่ตีเข้าหน้าฉันเบาๆ ฉันสูดดมกลิ่นหอมนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ยอมรับเลยว่ามันหอมจนเล่นเอาใจของฉันสั่นไหว
 
“พี่!”
 
เสียงรุ่นน้องอีกคนในกลุ่มเรียก ไม่ต้องหันซ้ายหันขวาหรอกนะ ก็รู้ๆ อยู่ว่าฉันเป็นรุ่นพี่คนเดียวในกลุ่มน่ะ ฉันจับลูกบาสฯ เบอร์หกไว้แน่น ก่อนจะวิ่งเข้าไป Lay up อย่างสบายๆ แล้วแน่นอนว่าเข้าห่วงอย่างแน่นอน
 
ฉันไม่ได้สนใจให้กับเสียงปรบมือของนักกีฬาที่อยู่ข้างสนามเลยแม้แต่น้อย แต่ก็แอบรู้สึกดีใจที่ทุกคนชื่นชมฉัน ฉันมองพื้นสนามบาสฯ อีกครั้ง แล้วมองหยดเหงื่อที่ไหลจากหน้าผากลงมาที่ปลายคาง ฉันส่ายหน้าเบาๆ แล้วหยดเหงื่อหยดนั้นก็ไหลหล่นสู่พื้นสนาม แล้วก็ค่อยเงยหน้ามองทางที่จะเดิน แต่กลับเห็นน้องมิ้นต์กำลังดื่มน้ำและใช้อีกมือที่ว่างอยู่ชูนิ้วโป้งให้ฉัน
 
บ้าจริง ทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนี้นะ
- IB_moon -