login

เดิมพัน (1)

(ซีน)
“Friend zone” คือชื่อของร้านเหล้าเล็กๆ แห่งหนึ่งย่านมหาวิทยาลัยชื่อดังที่ถึงแม้จะเป็นเพียงร้านนั่งชิลล์ธรรมดา แต่โต๊ะก็เต็มทุกวันเนื่องจากที่นี่มีดนตรีสดที่ค่อนข้างโชคดีว่านักร้องนักดนตรีหล่อทั้งวงแถมเสียงยังดีมากๆ อีกด้วย ทำให้คนติดใจแวะเวียนมาจนล้นร้านทุกวัน
อย่างที่รู้กันว่าลูกค้าเกินแปดสิบเปอร์เซนต์เป็นนักศึกษา และแน่นอนว่าในแปดสิบเปอร์เซนต์ก็ต้องมีมากกว่าห้าสิบเปอร์เซนต์ที่เป็นลูกค้าประจำอย่างเช่นแก๊งค์ Friend zone ของพวกผมที่ถือวิสาสะเอาชื่อร้านเหล้าตั้งชื่อแก๊งค์ซะเลยด้วยเหตุผลที่ว่าขี้เกียจคิดชื่ออื่นให้เมื่อยสมอง
“พี่ซีน มึงนี่แม่ง!!!”
“อย่าพูดมาก จ่ายมาๆ” ผมเคาะโต๊ะอย่างอารมณ์ดี วันนี้จะได้เป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้าเพื่อนๆ ด้วยเงินของพวกมันเองนั่นแหละ
“น้องสาวมึงก็ไม่เว้นนะ” ใช่ครับ ถึงไอ้โซ่จะเป็นน้องสาวแท้ๆ ของผม แต่ม๊าก็ให้ค่าขนมคนละกระเป๋าอยู่ดี เรื่องอะไรผมต้องยกเว้นมันล่ะ
“เหี้ย! เงินกู” เจ้าของคำอุทานที่ไม่เหมาะกับเยาวชน มันชื่อไอ้โอ๊ค เพื่อนสนิทที่เรียนปีสองรุ่นเดียวกับผมเองครับ นอกจากไอ้โอ๊คแล้วก็มีไอ้เจนกับดิวที่เรียนรุ่นเดียวกัน
“กูไม่น่าเล่นกับพวกมึงเลย นี่มันค่าขนมทั้งเดือนกูเลยนะ ต้องขอป๊าใหม่อีก กูโดนด่าเละแน่” ประโยคยาวๆ นี่ของไอ้เจน แต่ผมอยากจะบอกว่ามันอ่ะไม่ควรบ่นที่สุดแล้ว เพราะคนต้นคิดเรื่องทั้งหมดก็คือมันนี่แหละ
“ก็ใครใช้ให้ไปท้ามันล่ะ” ดิวยื่นเงินให้ผมห้าพันด้วยสีหน้าเรียบเฉย อย่างน้อยในแก๊งค์ก็มีมันนี่แหละที่น่ารำคาญน้อยสุดแล้ว
ใช่น่ะสิ ใครใช้ให้มาท้า มีผู้ชายคนไหนบ้างที่ผมอยากได้แล้วไม่ได้ นอกจากหน้าตาดีผมยังมีดีอีกตั้งเยอะแยะ ผมอ่ะเข้าข่ายตัวเล็กสเปคผู้ชายทั้งโลก อย่าให้บรรยายความน่ารักของหน้าตาเลย มันไม่ค่อยเข้ากับนิสัยแย่ๆ เท่าไหร่
“ก็กูจะรู้ไหมว่ามันจะทำได้” ไอ้เจนยกแก้วเหล้าขึ้นเทลงรวดเดียวหมดแก้ว ผู้หญิงอะไรวะ แดกเหล้าเก่งชิบหาย
“หึ ดูถูกกูนัก จ่ายมา อย่าลีลา” ผมยื่นมาไปรับเงินจากเพื่อนๆ คนละห้าพันตามที่พนันกันไว้
“สี่พันห้าได้ไหม ให้เหลือไว้กินข้าวหน่อย” ไอ้โอ๊คยื่นเงินให้ผมสี่พันห้า และโชว์แบงค์ห้าร้อยในมือด้วยสายตาเว้าวอน ...วอนตีนนะ ฝันไปเถอะ! ผมดึงเงินที่มือมันมาทันที
“สามหมื่น ครบจ้า” ผมนับเงินอย่างอารมณ์ดี แก๊งค์ผมมีกันเจ็ดคนครับ ต้องจ่ายคนละห้าพันไม่รวมผม หกคนก็สามหมื่น หวานหมูผมสุดๆ มีเงินใช้อีกหลายวัน
เดี๋ยวผมแนะนะสมาชิกของ Friend zone ให้ใหม่จะได้ไม่งง
พวกเราทั้งเจ็ดคนเรียนคณะนิเทศน์ศาสตร์ สาขาโฆษณาครับ และเพื่อไม่ให้งง ในนิยายเรื่องนี้ก็เรียนมันสาขาเดียวกัน คณะเดียวกัน และมหาวิทยาเดียวกันไปเลยแล้วกันนะ
ผมชื่อซีน หรือนายอาคิรา จิระภพ ผมเรียนปีสองครับ ส่วนไอ้โซ่ หรือนางสาวอัญชิตา จิระภพ เป็นน้องสาวแท้ๆ ของผมเอง โซ่มันเรียนปีหนึ่ง เด็กสุดในแก๊งค์ ที่เข้าแก๊งค์นี้ได้เพราะทุกคนสนิทกันมาตั้งแต่ตอนเรียนโรงเรียนมัธยม และไอ้โซ่ก็ติดผมมาก มันจึงสนิทกับเพื่อนผมไปด้วย ตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าน้องสาวผมเนี่ยมันมีเพื่อนรุ่นเดียวกันบ้างมั้ย แต่ที่ดูๆ ก็ไม่น่าจะมีนะ เพราะเรียนเสร็จมันก็วิ่งมาหาผมทันที
อ้อ ที่เรียนรุ่นเดียวกับผมมีทั้งหมดสี่คนครับ มีผม ไอ้โอ๊ค ไอ้เจน แล้วก็ดิว ส่วนสมาชิกแก๊งค์อีกสองคนคือพี่ติวเตอร์กับพี่ภีม สองคนนั้นอยู่ปีสี่แล้ว แต่สนิทกันได้ด้วยเหตุผลที่เรียนโรงเรียนมัธยมด้วยกันมานั่นแหละ
ถ้าถามว่าพวกผมมีเป้าหมายอะไรทำไมถึงเลือกเรียนที่เดียวกัน สาขาเดียวกัน ผมตอบเลยว่าไม่มี ตอนเลือกเรียนก็แค่อยากอยู่ด้วยกันก็แค่นั้น แต่พอเรียนๆ ไปมันก็เริ่มชอบแล้วแต่ละคนก็เริ่มค้นหาทางของตัวเอง ผมก็ได้แต่หวังว่าพวกผมจะมีความฝันก่อนจบปีสี่นะ
“รำคาญโว๊ยยย” อยู่ๆ ไอ้เจนก็โวยวายขึ้น แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจหรอกครับ นิสัยมันก็แบบนี้แหละ วีน เหวี่ยง วุ่นวาย แต่ไม่ได้มีพิษภัย… เฉพาะกับเพื่อนมั้ง
“เอาน่า คืนนี้กูเลี้ยงไง แดกให้ตายไปเลย” ผมบอกอย่างป๋าๆ เผลอๆ เงินสามหมื่นนี่ไอ้พวกนี้ผลาญหมดภายในคืนเดียว แต่ก็ช่างเถอะ ผมไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินหรอก เล่นเอามันส์มากกว่า
“พี่ซีน โซ่ถามจริงๆ นะ มึงไม่ได้รู้สึกอะไร หรือนึกชอบพี่คีย์มันบ้างเหรอ” ผมแทบพ่นเหล้าในปากใส่หน้าไอ้โซ่น้องสาวสุดที่รักเพราะคำถามของมัน
“แล้วทำไมกูต้องชอบมันอ่ะ ที่กูตามจีบมันจนได้กับมันนี่ก็เพราะพวกมึงท้ากูป่ะวะ แล้วกูก็ชนะ ได้เงินแล้วด้วย ฮ่าๆๆ” ผมตอบแบบไม่ต้องคิด
“โคตรชั่ว มึงกินมึงนอนกับเค้า แต่มึงไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเนี่ยนะ” ไอ้เจนถามผมคิ้วขมวด
“ก็...รู้สึกนะ”
“รู้สึกอะไร” ดิวกระแทกแก้วเหล้าลงกับโต๊ะ ที่จริงแล้วผมพอจะรู้ความรู้สึกของดิวที่มีต่อผม เพื่อนในแก๊งค์ก็รู้ว่าดิวมันคิดกับผมมากเกินกว่าเพื่อน แต่ก็นั่นแหละ นี่คือ Friends zone เรารู้กันดีและรักษาความสัมพันธ์กันแบบเพื่อนเท่านั้น
“มันส์ดี พี่คีย์แม่งเอาเก่ง โคตรเด็ด” ผมตอบพร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก ก็ไอ้พี่คีย์มันแซ่บจริงๆ นี่นา
“แล้วนี่เอาไงต่อ” พี่ภีมที่นั่งเงียบอยู่นานถามขึ้นมาเป็นคำแรก
“เอาอะไร นี่จะให้กูไปเล่นต่อเหรอ ไม่เอาแล้วนะ เดี๋ยวเหนือก็กลับจากฮ่องกงแล้ว” ผมบอก
“จริงดิ พี่เหนือจะกลับมาแล้วจริงดิ” โซ่ถามอย่างตื่นเต้น ก็ยัยเด็กคนนี้มันติ่งเหนือสมุทร นักร้องไทยที่กำลังมีผลงานที่ฮ่องกง เหนือเป็นเพื่อนบ้านกับผม เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ได้เรียนโรงเรียนเดียวกัน และพอเหนือเรียนจบมัธยมมันก็ไปเรียนต่อที่ฮ่องกงได้สองปีแล้ว แล้วตอนนี้มันกำลังจะกลับมาทำงานต่อที่เมืองไทยด้วยการเซ็นต์สัญญาเป็นนักร้องของค่ายจีจีเอ็น ผู้ผลิตเพลง ละคร ภาพยนต์และโฆษณาเบอร์หนึ่งของเมืองไทยที่เด็กนิเทศน์ส่วนใหญ่ใฝ่ฝันจะได้เข้าทำงานที่นั่น  
“อืม อาทิตย์หน้า” ผมบอกไอ้โซ่ ทีแรกก็กะจะไม่บอกหรอก เพราะชวนเหนือไว้แล้วว่าจะให้มาเซอร์ไพรส์โซ่ แต่มันหลุดปากไปแล้วก็เลยเลยตามเลย
“มึงยังชอบไอ้เหนืออยู่เหรอวะ” คำถามจากเจนทำให้ผมสะอึกไปเหมือนกัน นั่นน่ะสิ ผมคิดว่าผมชอบเหนือนะ เพราะมันเป็นคนที่เหมาะกับผมมากที่สุดแล้ว มันเป็นเพื่อนที่ดี เข้าใจผม ดูแลผมได้ และผมบอกตัวเองมาตลอดว่ายังไงผมก็ต้องทำให้เหนือเป็นแฟนผมให้ได้
“เออ นั่นดิ กูนึกว่ามึงแม่งลืมมันไปละ” ไอ้โอ๊คเออออกับไอ้เจน
“ก็ไม่ได้อะไรมาก แต่เหนือคือคนที่ดีที่สุดสำหรับกูแล้ว” ผมตอบออกไปเหมือนกำลังเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง จริงอยู่ที่ว่าเหนือสมุทรดีมาก แต่มันก็ไม่เคยแสดงออกอะไรกับผมมากกว่าเพื่อนเลยสักครั้ง มีแต่ผมที่อ่อยมันจนเหนื่อย
“แต่ไอ้คีย์ก็เป็นคนดีนะ” นั่นไง คำว่าคีย์คนดี คีย์คนดี๊ดีนี่ผมฟังจากพี่ภีม พี่ติวเตอร์มาเกินคนละสิบรอบอ่ะ
“อะไรของมึงวะพี่ภีม มึงลืมเหรอว่านี่มันเป็นแค่เกมส์” ผมเริ่มอารมณ์เสีย
“ก็ไม่รู้ เห็นแล้วก็สงสารมัน มันดูรักมึงมากอ่ะ”
“ก็พวกมึง มึง มึง ให้กูทำให้มันรักกู แล้วมันแปลกอะไรวะ ถ้ามันไม่รักกูกูจะได้เงินสามหมื่นจากพวกมึงเหรอ!” ผมเหวี่ยง
“แต่พี่ว่าน้องซีนคิดดีๆ ก่อนดีมั้ย คีย์ก็ดูเป็นคนดีอ่ะ ถ้าน้องซีนจะคบ…”
“ฮ่าๆๆ ไร้สาระน่าพี่เตอร์ อย่างซีนอ่ะนะจะคบกับพี่คีย์จริงๆ มันทั้งโง่ทั้งซื่อบื้อ โคตรน่ารำคาญ” ผมพูดแบบขอไปที ก่อนจะชวนทุกคนคุยเรื่องอื่นที่น่าจะบรรเทิงกว่านี้
 
(คีย์)
“มึงเห็นหรือยังไอ้คีย์ น้องมันหลอกมึงจริงๆ ทำไมมึงถึงไม่ยอมเชื่อกูตั้งแต่แรกวะ” ไอ้วินเขย่าไหล่ผมแรงๆ แต่ผมรู้สึกชาไปหมด สิ่งที่ได้ยินเมื่อกี๊มันหน่วงจนผมทำอะไรต่อไปไม่ถูก
“มึงจะเอาไง บุกเลยไหม!” ไอ้วินถามอย่างหัวร้อน
“กลับเถอะ” ผมบังคับเสียงไม่ให้สั่น หยุดน้ำตาไม่ให้ไหล พยายามอย่างมากที่จะไม่ให้สติดับวูบลงไปเพราะเรื่องที่ได้รับรู้ คนที่ผมรักที่สุด… หลอกผม… เขาทำให้ผมรักแค่เพื่อที่จะชนะพนันเพื่อนเท่านั้น… เท่านั้นจริงๆ
“ไอ้คีย์ ได้ไงวะ มึงต้องไปเคลียร์เว้ย! จะปล่อยให้มันหลอกแบบนี้ต่อไปหรือไง!”
“วิน… กูไม่ไหว ฮึก” เหมือนโดนอะไรแข็งมาทุบที่ตรงหัวใจเมื่อไอ้วินตอกย้ำคำว่าผมโดนหลอกอีกครั้ง ผมสะอื้นออกมาอยากสุดกลั้น ผมรู้ว่าเจตนามันไม่ได้ทำให้ผมเสียใจ ไม่ได้ต้องการจะซ้ำเติมอะไรทั้งนั้น ไอ้วินมันคงแค่อยากให้ผมตาสว่าง
“เหี้ยเอ๊ย” ไอ้วินหันไปชกผนังของร้านอย่างหงุดหงิด ผมรู้ว่ามันเสียใจที่เห็นผมเป็นแบบนี้ นอกจากนั้นมันคงโกรธที่เห็นผมโง่เป็นควายมาหลายเดือน
“กูขอโทษนะวิน กูรักเค้า… กูเสียเค้าไปไม่ได้จริงๆ”


Halin
เรื่องนี้ก็จะดราม่าหนักหน่อยนะคะ ฝากติดตามด้วยน๊า สำหรับ E-Book และรูปเล่มรอก่อนนะคะ น่าจะเปิดขายได้ในเร็วๆ นี้จ้า
เดิมพัน (1)
3
เดิมพัน (2)